2005/Nov/24

การวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ

...................................................................................

· แนวความคิดพื้นฐานของการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ

กระแสแรก : แนวความคิดปฏิฐานนิยม ( POSITIVISM) เป็นแนวคิดที่มีพื้นฐานแบบวิทยาศาสตร์นักปฏิฐานนิยม เชื่อว่าวิธีการแสวงหาความรู้ที่ดีที่สุดคือการใช้ วิธีแบบวิทยาศาสตร์ที่มีรากฐานอยู่บนข้อมูลเชิงประจักษ์ กล่าวคือ สิ่งที่มนุษย์สามารถรับรู้ได้ด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 เป็นสิ่งที่เป็นจริงและเป็นวามรู่ที่ยอมรับได้ ดังนั้นเมื่อนำแนวความคิดปฏิฐานนิยมมาใช้ในสาขาสังคมศาสตร์จะเน้นวิธีการแสวงหาความรู้จากข้อมูลเชิงประจักษ์เน้นข้อมูลที่แจงนับและวัดได้ ดังนั้นการวิจัยที่มีพื้นฐานความเชื่อแบบปฏิฐานนิยม จะเน้นวิธีการเชิงปริมาณ

กระแสสอง : แนวความคิดปรากฏการณ์นิยม ( PHENOMENOLOGY) เชื่อว่าความรู้ที่มนุษย์ได้รับการถ่ายทอดจากผู้อื่นและสังคมอาจผิดพลาดได้ ความรู้อาจเกิดจากการถูกบังคับ หรือยัดเยียด มนุษย์ควรศึกษาโลกและสังคมด้วยตัวของตัวเอง และสร้างระบบความรู้ ที่เป็นส่วนตัว ขึ้นมาจากมนุษย์จะมีระบบความคิดวิจารณญาน โลกทัศน์ ความหมาย วัฒนธรรม ค่านิยม อุดมการณ์เฉพาะตน โดยการได้สัมผัสกับโลกโดยตรง นักปรากฏการณ์นิยมจะให้ความสำคัญกับข้อมูลที่เป็นความรู้สึกนึกคิดและคุณค่าของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความหมายที่มนุษย์ให้ต่อสิ่งต่าง ๆ รอบตัว นักปรากฏการณ์นิยมจะใช้วิธีสลัดความคิดเดิม ใช้ความหมาย ระบบความคิด ความรู้สึกของผู้ให้ข้อมูลอธิบายพฤติกรรมของเขา ดังนั้นการวิจัยที่มีพื้นฐานความเชื่อแบบปฏิฐานนิยมจะเน้นวิธีการเชิงคุณภาพ

· ขั้นตอนการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ

o ขั้นตอนการวิจัยเชิงปริมาณ

§ การเลือกปัญหา

§ การตั้งสมมุติฐาน

§ การรวมข้อมูล

§ การวิเคราะห์ข้อมูล

§ การสรุปและอภิปรายผล

o

กำหนดเรื่อง

บันทึกข้อมูลเชิงปริมาณ

วิเคราะห์ข้อมูล

รวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพ

เตรียมรวบรวมข้อมูล

สรุปและเขียนรายงาน

ขั้นตอนการวิจัยเชิงคุณภาพ

· ความแตกต่างและความจำเป็นที่ต้องอยู่ร่วมกันของงานวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ

ผู้วิจัยบางท่านอาจเข้าใจผิวเผินว่า งานวิจัยเชิงปริมาณและงานวิจัยเชิงคุณภาพต่างกันตรงที่งานวิจัยชนิดแรกใช้ตัวเลขในการค้นคว้าและรายงานผลการวิจัย แต่งานวิจัยชนิดหลังใช้การบรรยายด้วยคำพูดและไม่ใช้ตัวเลข ความคิดดังกล่าวข้างต้นไม่ถูกต้องนัก เพราะความเป็นจริงแล้วงานวิจัยเชิงคุณภาพก็สามารถใช้ตัวเลขประกอบการวิจัยได้ และงานวิจัยเชิงปริมาณก็ใช้ตัวเลขและการบรรยายด้วยคำพูดเพื่อการวิจัย ดังนั้นจะเห็นว่างานวิจัยทั้งสองชนิดมีความแตกต่างในหลายมิติ และขณะเดียวกันก็มีความจำเป็นที่จะต้องมีอยู่ร่วมกันของทั้ง 2 ชนิด

· ความแตกต่างที่สำคัญงานวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ

ความแตกต่างงานวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เราจะเห็นในหลายแง่มุมว่า วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพไม่เหมือนกับวิธีการวิจัยเชิงปริมาณ แต่ความแตกต่างนั้นมิได้ผิวเผินอยู่เพียงการแจงนับข้อมูลดังที่เข้าใจ เป็นความแตกต่างในเรื่องลักษณะของข้อมูลเป็นเบื้องต้นและส่งผลให้วัตถุประสงค์ การเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล ต่างกัน ซึ่งมีมิติของความแตกต่างที่สำคัญในด้านต่าง ๆ ดังนี้

1. ความแตกต่างด้านธรรมชาติเกี่ยวกับความจริงที่นักวิจัยแสวงหา นักวิจัยเชิงประมาณมีความ

เชื่อว่าความจริงที่แสวงหาในการวิจัยมีลักษณะเป็นปรนัย คือในโลกนี้มีความจริงอยู่ มีตัวตนจับต้องได้ สามารถแยกออกมาศึกษาเป็นส่วน ๆ เป็นตัวแปรเหตุและผลซึ่งมีความสัมพันธ์เชิงสาเหตุเกี่ยวข้องกันภายใต้สภาพการศึกษา แต่นักวิจัยเชิงคุณภาพมีความเชื่อว่าความจริงที่นักวิจัยแสวงหาในโลกนี้มีลักษณะเป็นอัตนัย คือความจริงนี้มีมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับมุมมองของผู้วิจัยเอง ผู้วิจัยแต่ละคนทำการวิจัยในสิ่งเดี่ยวกันอาจได้ความจริงที่แสวงหาแตกต่างกัน ทั้งนี้เพราะเชื่อว่าความจริงมีหลายระดับและส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นและมีตัวตนในความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์เป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ ดังนั้นวิธีการศึกษาจึงต้องดูภาพรวมที่ผสมผสานทั้งหมดวิธีการศึกษาความจริงในระดับต่างๆ จึงต้องใช้หลายวิธีการจึงจะได้ความจริงทั้งหมด

2. ความแตกต่างด้านการรับรู้ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้วิจัยหรือสิ่งที่ต้องการศึกษามีอิทธิพลซึ่ง

กันและกัน นักวิจัยเชิงปริมาณมีความเชื่อว่าในการทำวิจัยนั้นผู้วิจัยจะต้องเป็นอิสระจากสิ่งที่กำลังวิจัยเพื่อขจัดอิทธิพลดังกล่าว ซึ่งทำได้ยากเมื่อศึกษาเรื่องเกี่ยวกับมนุษย์และสังคม ส่วนนักวิจัยเชิงคุณภาพมีความเชื่อว่า นักวิจัยที่ดีควรมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งที่ตนทำวิจัย เพื่อเข้าใจในสิ่งที่ศึกษาได้อย่างชัดเจนมากขึ้น

3. ความแตกต่างด้านคุณค่าที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย นักวิจัยเชิงปริมาณจะพยายามทำตนเป็นกลาง

ปราศ อคติ และค่านิยม มีความเป็นปรนัยสูง ไม่ให้ความสำคัญในเชิงคุณค่าของสิ่งที่ทำวิจัยแต่พยายามทำวิจัยให้ดีที่สุด นักวิจัยเชิงคุณภาพมีความเชื่อตรงกันข้าม คือยึดคุณค่าของสิ่งที่วิจัยเป็นหลักในการดำเนินการวิจัย

4. ความแตกต่างในการเขียนรายงานการวิจัย นักวิจัยเชิงปริมาณมีลีลาและรูปแบบการเขียน

รายงานการวิจัยของตนเองที่มีลักษณะของการใช้ภาษาเป็นพิธีการนักวิจัยเชิงคุณภาพมีลีลาและรูปแบบการเขียนรายงานการวิจัยของตนเองที่มีลักษณะของภาษอย่างเป็นกันเอง

5. ความแตกต่างในด้านวิธีการวิจัย นักวิจัยเชิงปริมาณมีกระบวนการในวิธีการวิจัยที่ชัดเจนมาก

จนเรียกว่า วิทยาศาสตร์ชนิดแข็ง โดนมีกระบวนการในการวิจัยที่สำคัญดังนี้

a. ใช้กระบวนการนิรนัย และตรรกะการคำนวณ เพื่อคาดคะเนหรือสรุปอ้างอิงข้อความรู้ตามหลักเหตุผล ด้วยวิธีการใช้เหตุผลที่ดำเนินการจากส่วนรวมไปส่วนย่อย

สรุปข้อค้นพบ

ผู้วิจัยทดสอบทฤษฎี

ผู้วิจัยทดสอบสมมุติฐานหรือคำถามวิจัยที่มาจากทฤษฎีที่อ้างอิง

นักวิจัยให้นิยามแนวคิด/ ตัวแปรต่าง ๆ ซึ่งได้จากทฤษฎีที่อ้างอิง