2005/Nov/24

ขวัญนภา สุขคร

กรอบประเด็นการวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศ

...............................................

การวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศนั้นจะต้องดำเนินการตามกรอบวาระการวิจัยแห่งชาติ และขณะเดียวกันต้องสอดคล้องกับนโยบาย และยุทธศาสตร์ของประเทศ ซึ่งจะทำให้การวิจัยมีกรอบแนวทาง ทิศทางในการทำที่ชัดเจนและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

องค์ประกอบของวาระการวิจัยแห่งชาติ มีดังนี้

1. การวิจัยเกี่ยวกับการสร้างคุณค่าและจิตสำนึกใหม่ เน้นการวิจัยในเรื่อง การปลูกฝังให้คนมีความสำนึกรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม รู้จักใช้สิทธิและหน้าที่ตามระบอบประชาธิปไตย การเสริมสร้างให้รู้จักคุณค่าของความขยัน อดทน ประหยัด ซื่อสัตย์และมีวินัย สร้างค่านิยมต่อต้านการทุจริตประพฤติมิชอบ การพัฒนาคนให้มีสำนึกส่วนรวมร่วมคิดร่วมทำเอาธุระเรื่องของส่วนรวม เสริมสร้างค่านิยมการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน เสริมสร้างสติปัญญา คุณธรรม จริยธรรม และวัฒนธรรมที่เหมาะสมกับคนทุกเพศทุกวัย ตลอดจนปลูกฝังค่านิยมในการดูแลสุขภาพอนามัยที่ถูกต้อง รวมทั้งเรื่องการศึกษารูปแบบที่เหมาะสมเพื่อส่งเสริมประโยชน์ และป้องกันภัยที่จะเกิดผลอันเนื่องมาจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

2. การวิจัยเกี่ยวกับการสร้างเศรษฐกิจพอเพียงและประชาสังคม เน้นการวิจัยในเรื่องการพึ่งตนเองในความคิดและชีวิตไทย สาเหตุและผลกระทบของความล่มสลายของเศรษฐกิจไทย

3. การวิจัยเกี่ยวกับการปฏิรูประบบเศรษฐกิจมหภาคและการเงิน

3.1 เศรษฐกิจมหภาคและการเงิน เน้นการวิจัยเศรษฐกิจมหภาคเพื่อสร้างเสถียรภาพในประเทศและภูมิภาค และเพื่อลดผลกระทบที่เกิดจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ การวิจัยภาคการค้าระหว่างประเทศเพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจที่มั่นคง รวมทั้งการวิจัยการปฏิรูปโครงสร้างทางด้านการเงินการคลัง ระบบบริหารราชการ และโครงสร้างการผลิตทั้งภาคเกษตรและอุตสาหกรรมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การเมืองและสิ่งแวดล้อมเพื่อการผลิตที่ยั่งยืน

3.2 การผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้าและเร่งการส่งออกประกอบด้วยการวิจัยเพื่อพัฒนาการผลิตทดแทนการนำเขาและเร่งการส่งออกในด้านเกษตร อุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมบริการ

4. การวิจัยเกี่ยวกับการปฏิรูประบบรัฐ

4.1 การปฏิรูประบบราชการและระบบบริหารราชการแผ่นดินเน้นการวิจัยเพื่อเร่งรัดการลดขนาด ปรับโครงสร้างและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบราชการ การปรับปรุงระบบและขั้นตอนการทำงานการนำเครื่องมือและเทคโนโลยีใหม่มาใช้ในการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ การกระจายอำนาจเพื่อส่งเสริมให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นมีความสามารถและบทบาทในการสนองความต้องการของชุมชนมากขึ้น การวิจัยเพื่อสนองความต้องการของประชาชนในทุก ๆ ด้านเพื่อให้ได้แนวทางในการปรับเปลี่ยนระบบบริการต่าง ๆ

4.2 การปฏิรูปการเมือง เน้นการวิจัยเพื่อกำหนดแนวทางในการที่จะทำให้บทบัญญัติต่าง ๆ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 ได้รับการปฏิบัติตามเจตนารมณ์อย่างแท้จริง รวมทั้งวิเคราะห์ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในการใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ และผลกระทบที่มีต่อระบบการเมืองไทยในด้านต่าง

4.3 ระบบการบริหารจัดการในภาคเอกชน เน้นการวิจัยเพื่อปรับเปลี่ยนระบบและวิธีบริหารจัดการในภาคเอกชนให้มีการจัดการการบริหารที่ดี (Good Governance) โปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงผลประโยชน์ต่อสังคมควบคุมไปกับการดำเนินธุรกิจ การวิจัยเพื่อปฏิรูปโครงสร้างตลาดทุนไทย รวมถึงโครงสร้างการบริหารให้มีการจัดการการบริหารที่ดีในบริษัทจดทะเบียน การวิจัยเพื่อปรับเปลี่ยนและปลูกฝังให้เกิดวัฒนธรรมการทำงานอย่างเป็นระบบ

4.4 ระบบความร่วมมือภาครัฐ เอกชน และชุมชนเน้นการวิจัยเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชนในการส่งเสริมให้ชุมชนดำเนินธุรกิจ โดยชุมชนเป็นเจ้าของและบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพและขยายไปในด้านต่าง ๆ การวิจัยเพื่อหาแนวทางให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและพัฒนาฝีมือแรงงาน การผลิตการจำหน่าย และการจัดการการตลาดอย่างเป็นระบบครบวงจร การวิจัยเพื่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน ชุมชนในการให้บริการต่อประชาชน

5. การวิจัยเกี่ยวกับการปฏิรูประบบการศึกษาเน้นการวิจัยเกี่ยวกับการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และรูปแบบการจัดบริการการศึกษาที่หลากหลาย การวิจัยความต้องการและการพัฒนาทักษะเพื่อการดำรงชีวิตในรูปเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อเพิ่มศักยภาพในการประกอบอาชีพ การวิจัยเพื่อหารูปแบบในการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ การวิจัยเพื่อหารูปแบบที่เหมาะสมในการกระจายอำนาจ การจัดการศึกษา การพัฒนาวิชาชีพครูและผู้บริหาร การพัฒนาทรัพยากรด้านงบปราณเพื่อการศึกษา การพัฒนาสื่อและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา การพัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษา การพัฒนาการวางแผนกำลังคนทางการศึกษา และการพัฒนาองค์ความรู้ในรูปแบบสหวิทยาการ รวมทั้งการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาให้มีผลในทางปฏิบัติมากขึ้น

6. การวิจัยเกี่ยวกับการปฏิรูปสื่อเพื่อสังคม เน้นการวิจัยเพื่อวางระบบบริหารจัดการสื่อรูปแบบใหม่ให้สอดคล้องตามมาตรา 40 ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 และศึกษาประเด็นผลกระทบที่จะเกิดขึ้น การวิจัยเพื่อเพิ่มศักยภาพของประชาชนให้รู้เท่าทันสื่อต่าง ๆ รวมทั้งการวิจัยรูปแบบเนื้อหาการนำเสนอสื่อทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เข้าถึงประชาชนและกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างปัญญาและสร้างสรรค์ความคิดที่เป็นวิทยาศาสตร์

7. การวิจัยเกี่ยวกับการปฏิรูปกฎหมายเน้นการวิจัยเพื่อปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบการบริหารราชการแผ่นเดิน กฎหมายเศรษฐกิจ กฎหมายการเงินการคลัง และกฎหมายที่มีผลต่อการพัฒนาสังคม และประเมินผลการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

นอกจากองค์ประกอบการปฏิรูปสังคมทั้ง 7 องค์ประกอบดังกล่าวแล้ว องค์ประกอบที่สำคัญที่จะช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในภาวะวิกฤติและฟื้นฟูชาติให้เกิดการพัฒนาที่แข็งแกร่งต่อไป ได้แก่ องค์ประกอบด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีและองค์ประกอบด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีบทบาทอย่างมากทั้งในระดับมหภาคและจุลภาค คือ ทั้งระดับโลก ระดับประเทศ และระดับชุมชน

ดังนั้นการกำหนดวาระการวิจัยแห่งชาติฯ จึงควรเพิ่มอีก 2 ด้านคือ การวิจัยเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และการวิจัยเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดังกรอบประเด็นการวิจัยต่อไปนี้

1. การวิจัยเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เน้นการวิจัยรูปแบบโครงสร้างองค์กรทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อความเป็นเอกภาพในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ

2. การวิจัยเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเน้นการวิจัยเทคโนโลยีที่จะสนับสนุนให้สามารถแก้ไขปัญหาวิกฤตทั้งในด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

จากประเด็นการวิจัยตามวาระการวิจัยแห่งชาติ การวิจัยจะต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของชาติที่มีทั้งหมด 9 ข้อ ที่ พ.ต.ท ดร.ทักษิณ ชินวัตรได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันพุธที่ 23 มีนาคม 2548 ก่อนที่จะบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งเมื่อแถลงนโยบายไว้อย่างไร รัฐบาลก็ต้องบริหารประเทศไปตามนโยบายที่ประกาศไว้ดังนี้

1. นโยบายขจัดความยากจน รัฐบาลจะดำเนินนโยบายและมาตรการในการกำจัดความยากจนของประเทศให้หมดสิ้นไป โดยปรับปรุงระบบบริหารจัดการทั้งระบบ เชื่อมโยงการแก้ปัญหาความยากจนทุกระดับ

2. นโยบายพัฒนาคนและสังคมที่มีคุณภาพ โดยมีเป้าหมายคือทำให้คนมีความสุข ซึ่งประกอบด้วยการมีสุขภาพที่แข็งแรง ครอบครัวที่อบอุ่น มีสภาพแวดล้อมที่ดี มีสังคมที่สันติและเอื้ออาทร รวมถึงอนุรักษ์ส่งเสริมทุนทางสังคมที่เข็มแข็งของประเทศไทย ซึงเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจมีความมั่นคงและยั่งยืนได้

3. นโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้สมดุลและแข่งขันได้ โดยปรับเปลี่ยนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจให้มีคุณภาพที่สามารถขยายตัวได้อย่างยั่งยืน กระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้อย่างทั่วถึง และมีภูมิคุ้มกันต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกโลกภิวัตน์

4. นโยบายบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมของประเทศเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศ ๙งจะต้องสมดุลในการใช้ การอนุรักษ์และการทดแทน อย่างเหมาะสม ดังนั้นรัฐบาลจะต้องส่งเสริมและเร่งฟื้นฟูความสมบูรณ์ของดินและน้ำสู่ธรรมชาติ โดยการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม ดูแลรักษาตังแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง

5. นโยบายต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ในกระแสการเปลี่ยนแปลงในโลกปัจจุบันประเทศไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและสังคมกับโลกได้ รัฐบาลต้องดำเนินนโยบายเชิงรุก ส่งเสริมความสัมพันธ์ในมิติต่าง ๆกับนานาชาติเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ

6. นโยบายด้านกฎหมายและส่งเสริมการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี การที่ประเทศจะมีพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและสังคมที่สงบสุข จะต้องมีพื้นฐานของกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี รัฐบาลจะต้องพัฒนากฎหมายทั้งระบบให้ทันสมัยและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก

7. นโยบายส่งเสริมประชาธิปไตยและกระบวนการประชาสังคม โดยรัฐบาลมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและพัฒนาระบอบประชาธิปไตย และสนับสนุนการทำงานขององค์กรอิสระต่าง ๆ

8. นโยบายรักษาความมั่นคงของรัฐ รัฐบาลจะเทิดทูนและรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์มิให้ผู้ใดล่วงละเมิดได้ พัฒนาระบบการป้องกันประเทศตามแนวทางป้องกันประเทศที่ได้มาตรฐาน

9. นโยบายตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ

ดังนั้นนักวิจัยและหน่วยงานวิจัยของรัฐ ก็ต้องทำวิจัยสอดคล้องและรับนโยบายและยุทธศาสตร์ 9 ข้อที่กำหนดไว้นั้น เพื่อจะได้นำผลการวิจัยมาใช้เป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายการบริหารและพัฒนาประเทศให้ประสบผลสำเร็จ ต่อไป

มาตรการที่จะต้องดำเนินการเพื่อวาระการวิจัยแห่งชาติในภาวะวิกฤตเพื่อฟื้นฟูชาติให้สำเร็จได้ ต้องดำเนินการดังนี้

1. ค่าใช้จ่ายทางการวิจัย รัฐควรจัดสรรให้ได้ร้อยละ 1.5 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปีภายในระยะเวลา 5 ปี

2. สร้างบุคลากรทางการวิจัย สร้างและพัฒนานักวิจัยโดย ส่งเสริมให้สถาบันการศึกษาชั้นสูงเป็นประชาคมวิจัย สถานศึกษาทุกระดับชั้นเน้นการสอนที่ให้เกิดการเรียนรู้ที่เป็นระบบในลักษณะของการวิจัย เพื่อให้มีวิถีชีวิตของการเรียนรู้และปลูกฝังวิธีคิดและใฝ่รู้อย่างเป็นระบบตลอดไป ส่งเสริมให้เกิดนักวิจัย นักวิจัยอาชีพ และผู้บริหารโครงการวิจัยที่มีประสิทธิภาพ พัฒนานักวิจัยให้มีคุณภาพและมีจรรยาบรรณของนักวิจัย

3. องค์กรวิจัย จัดให้มีโครงสร้างพื้นฐานทางการวิจัย เพื่อให้บริการแก่ภาคเอกชน จัดให้มีชุมชนการวิจัยในทุกระดับทั้งในระดับมหาวิทยาลัยและระดับท้องถิ่นในทุก ๆ ภูมิภาค จัดตั้งสถาบันวิจัยเฉพาะทางที่มีภารกิจชัดเจนสามารถดำเนินการในลักษณะครบวงจร ครอบคลุมทั้งด้านการวิจัย พัฒนาบุคลากรและสามารถถ่ายทอดความรู้จากภายนอกประเทศได้ดี

4. การบริหารการจัดการ

1) ให้มีการประเมินผลการดำเนินงานและการบริหารการวิจัยในสถาบันการศึกษาและหน่วยงานของรัฐในช่วงที่ผ่านมา เพื่อการปรับปรุงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด

2) ให้มีมาตรการในการนำนโยบายการวิจัยไปใช้ให้เกิดผลต่อการปฏิบัติอย่างจริงจัง เพื่อให้บรรลุผลตามนโยบายที่กำหนดไว้

3) จัดให้มีระบบฐานข้อมูลทางการวิจัยระดับชาติที่เป็นเครือข่ายทั่วประเทศ และเชื่อมโยงกับต่างประเทศได้ รวมทั้งจัดให้มีข้อมูลที่เกี่ยวกับทรัพยากรการวิจัยระดับชาติด้วย

4) จัดระบบการบริหารงานวิจัยให้คล่องต่องานวิจัย

5. การพัฒนาชุดโครงการวิจัยวาระการวิจัยแห่งชาติในภาวะวิกฤตเพื่อฟื้นฟูชาติเป็นกรอบประเด็นการวิจัย ซึ่งสามารถพัฒนาให้เป็นชุดโครงการวิจัยเฉพาะเรื่องตามกรอบประเด็นต่าง ๆ ได้อีกมากมายตามความจำเป็นและความต้องการในการใช้ประโยชน์ ซึ่งจะช่วยให้บรรลุผลตามเจตนารมณ์ของวาระการวิจัยแห่งชาติฯ ได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

********************************


edit @ 2005/11/24 10:19:06

Comment

Comment:

Tweet


Good Jung
#2 by Phuttasuk Phu-onsri (118.175.3.130) At 2010-02-18 14:34,
ประเภทของการวิจัย ได้ตีพิมพ์เป็นหนังสือหรือไม่
ต้องการค้นค้วารายละเอียดเพิ่มและนำไปอ้างอิง
#1 by [ Sai ];charot At 2008-07-27 11:31,