ขวัญนภา สุขครกรอบประเด็นการวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศ
...............................................
การวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศนั้นจะต้องดำเนินการตามกรอบวาระการวิจัยแห่งชาติ และขณะเดียวกันต้องสอดคล้องกับนโยบาย และยุทธศาสตร์ของประเทศ ซึ่งจะทำให้การวิจัยมีกรอบแนวทาง ทิศทางในการทำที่ชัดเจนและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
องค์ประกอบของวาระการวิจัยแห่งชาติ มีดังนี้
1. การวิจัยเกี่ยวกับการสร้างคุณค่าและจิตสำนึกใหม่ เน้นการวิจัยในเรื่อง การปลูกฝังให้คนมีความสำนึกรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม รู้จักใช้สิทธิและหน้าที่ตามระบอบประชาธิปไตย การเสริมสร้างให้รู้จักคุณค่าของความขยัน อดทน ประหยัด ซื่อสัตย์และมีวินัย สร้างค่านิยมต่อต้านการทุจริตประพฤติมิชอบ การพัฒนาคนให้มีสำนึกส่วนรวมร่วมคิดร่วมทำเอาธุระเรื่องของส่วนรวม เสริมสร้างค่านิยมการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน เสริมสร้างสติปัญญา คุณธรรม จริยธรรม และวัฒนธรรมที่เหมาะสมกับคนทุกเพศทุกวัย ตลอดจนปลูกฝังค่านิยมในการดูแลสุขภาพอนามัยที่ถูกต้อง รวมทั้งเรื่องการศึกษารูปแบบที่เหมาะสมเพื่อส่งเสริมประโยชน์ และป้องกันภัยที่จะเกิดผลอันเนื่องมาจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
2. การวิจัยเกี่ยวกับการสร้างเศรษฐกิจพอเพียงและประชาสังคม เน้นการวิจัยในเรื่องการพึ่งตนเองในความคิดและชีวิตไทย สาเหตุและผลกระทบของความล่มสลายของเศรษฐกิจไทย
3. การวิจัยเกี่ยวกับการปฏิรูประบบเศรษฐกิจมหภาคและการเงิน
3.1 เศรษฐกิจมหภาคและการเงิน เน้นการวิจัยเศรษฐกิจมหภาคเพื่อสร้างเสถียรภาพในประเทศและภูมิภาค และเพื่อลดผลกระทบที่เกิดจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ การวิจัยภาคการค้าระหว่างประเทศเพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจที่มั่นคง รวมทั้งการวิจัยการปฏิรูปโครงสร้างทางด้านการเงินการคลัง ระบบบริหารราชการ และโครงสร้างการผลิตทั้งภาคเกษตรและอุตสาหกรรมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การเมืองและสิ่งแวดล้อมเพื่อการผลิตที่ยั่งยืน
3.2 การผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้าและเร่งการส่งออกประกอบด้วยการวิจัยเพื่อพัฒนาการผลิตทดแทนการนำเขาและเร่งการส่งออกในด้านเกษตร อุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมบริการ
4. การวิจัยเกี่ยวกับการปฏิรูประบบรัฐ
4.1 การปฏิรูประบบราชการและระบบบริหารราชการแผ่นดินเน้นการวิจัยเพื่อเร่งรัดการลดขนาด ปรับโครงสร้างและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบราชการ การปรับปรุงระบบและขั้นตอนการทำงานการนำเครื่องมือและเทคโนโลยีใหม่มาใช้ในการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ การกระจายอำนาจเพื่อส่งเสริมให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นมีความสามารถและบทบาทในการสนองความต้องการของชุมชนมากขึ้น การวิจัยเพื่อสนองความต้องการของประชาชนในทุก ๆ ด้านเพื่อให้ได้แนวทางในการปรับเปลี่ยนระบบบริการต่าง ๆ
4.2 การปฏิรูปการเมือง เน้นการวิจัยเพื่อกำหนดแนวทางในการที่จะทำให้บทบัญญัติต่าง ๆ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 ได้รับการปฏิบัติตามเจตนารมณ์อย่างแท้จริง รวมทั้งวิเคราะห์ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในการใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ และผลกระทบที่มีต่อระบบการเมืองไทยในด้านต่าง
4.3 ระบบการบริหารจัดการในภาคเอกชน เน้นการวิจัยเพื่อปรับเปลี่ยนระบบและวิธีบริหารจัดการในภาคเอกชนให้มีการจัดการการบริหารที่ดี (Good Governance) โปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงผลประโยชน์ต่อสังคมควบคุมไปกับการดำเนินธุรกิจ การวิจัยเพื่อปฏิรูปโครงสร้างตลาดทุนไทย รวมถึงโครงสร้างการบริหารให้มีการจัดการการบริหารที่ดีในบริษัทจดทะเบียน การวิจัยเพื่อปรับเปลี่ยนและปลูกฝังให้เกิดวัฒนธรรมการทำงานอย่างเป็นระบบ
4.4 ระบบความร่วมมือภาครัฐ เอกชน และชุมชนเน้นการวิจัยเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชนในการส่งเสริมให้ชุมชนดำเนินธุรกิจ โดยชุมชนเป็นเจ้าของและบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพและขยายไปในด้านต่าง ๆ การวิจัยเพื่อหาแนวทางให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและพัฒนาฝีมือแรงงาน การผลิตการจำหน่าย และการจัดการการตลาดอย่างเป็นระบบครบวงจร การวิจัยเพื่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน ชุมชนในการให้บริการต่อประชาชน
5. การวิจัยเกี่ยวกับการปฏิรูประบบการศึกษาเน้นการวิจัยเกี่ยวกับการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และรูปแบบการจัดบริการการศึกษาที่หลากหลาย การวิจัยความต้องการและการพัฒนาทักษะเพื่อการดำรงชีวิตในรูปเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อเพิ่มศักยภาพในการประกอบอาชีพ การวิจัยเพื่อหารูปแบบในการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ การวิจัยเพื่อหารูปแบบที่เหมาะสมในการกระจายอำนาจ การจัดการศึกษา การพัฒนาวิชาชีพครูและผู้บริหาร การพัฒนาทรัพยากรด้านงบปราณเพื่อการศึกษา การพัฒนาสื่อและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา การพัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษา การพัฒนาการวางแผนกำลังคนทางการศึกษา และการพัฒนาองค์ความรู้ในรูปแบบสหวิทยาการ รวมทั้งการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาให้มีผลในทางปฏิบัติมากขึ้น
6. การวิจัยเกี่ยวกับการปฏิรูปสื่อเพื่อสังคม เน้นการวิจัยเพื่อวางระบบบริหารจัดการสื่อรูปแบบใหม่ให้สอดคล้องตามมาตรา 40 ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 และศึกษาประเด็นผลกระทบที่จะเกิดขึ้น การวิจัยเพื่อเพิ่มศักยภาพของประชาชนให้รู้เท่าทันสื่อต่าง ๆ รวมทั้งการวิจัยรูปแบบเนื้อหาการนำเสนอสื่อทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เข้าถึงประชาชนและกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างปัญญาและสร้างสรรค์ความคิดที่เป็นวิทยาศาสตร์
7. การวิจัยเกี่ยวกับการปฏิรูปกฎหมายเน้นการวิจัยเพื่อปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบการบริหารราชการแผ่นเดิน กฎหมายเศรษฐกิจ กฎหมายการเงินการคลัง และกฎหมายที่มีผลต่อการพัฒนาสังคม และประเมินผลการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
นอกจากองค์ประกอบการปฏิรูปสังคมทั้ง 7 องค์ประกอบดังกล่าวแล้ว องค์ประกอบที่สำคัญที่จะช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในภาวะวิกฤติและฟื้นฟูชาติให้เกิดการพัฒนาที่แข็งแกร่งต่อไป ได้แก่ องค์ประกอบด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีและองค์ประกอบด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีบทบาทอย่างมากทั้งในระดับมหภาคและจุลภาค คือ ทั้งระดับโลก ระดับประเทศ และระดับชุมชน
ดังนั้นการกำหนดวาระการวิจัยแห่งชาติฯ จึงควรเพิ่มอีก 2 ด้านคือ การวิจัยเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และการวิจัยเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดังกรอบประเด็นการวิจัยต่อไปนี้
1. การวิจัยเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เน้นการวิจัยรูปแบบโครงสร้างองค์กรทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อความเป็นเอกภาพในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ
2. การวิจัยเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเน้นการวิจัยเทคโนโลยีที่จะสนับสนุนให้สามารถแก้ไขปัญหาวิกฤตทั้งในด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม
จากประเด็นการวิจัยตามวาระการวิจัยแห่งชาติ การวิจัยจะต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของชาติที่มีทั้งหมด 9 ข้อ ที่ พ.ต.ท ดร.ทักษิณ ชินวัตรได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันพุธที่ 23 มีนาคม 2548 ก่อนที่จะบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งเมื่อแถลงนโยบายไว้อย่างไร รัฐบาลก็ต้องบริหารประเทศไปตามนโยบายที่ประกาศไว้ดังนี้
1. นโยบายขจัดความยากจน รัฐบาลจะดำเนินนโยบายและมาตรการในการกำจัดความยากจนของประเทศให้หมดสิ้นไป โดยปรับปรุงระบบบริหารจัดการทั้งระบบ เชื่อมโยงการแก้ปัญหาความยากจนทุกระดับ
2. นโยบายพัฒนาคนและสังคมที่มีคุณภาพ โดยมีเป้าหมายคือทำให้คนมีความสุข ซึ่งประกอบด้วยการมีสุขภาพที่แข็งแรง ครอบครัวที่อบอุ่น มีสภาพแวดล้อมที่ดี มีสังคมที่สันติและเอื้ออาทร รวมถึงอนุรักษ์ส่งเสริมทุนทางสังคมที่เข็มแข็งของประเทศไทย ซึงเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจมีความมั่นคงและยั่งยืนได้
3. นโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้สมดุลและแข่งขันได้ โดยปรับเปลี่ยนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจให้มีคุณภาพที่สามารถขยายตัวได้อย่างยั่งยืน กระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้อย่างทั่วถึง และมีภูมิคุ้มกันต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกโลกภิวัตน์
4. นโยบายบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมของประเทศเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศ ๙งจะต้องสมดุลในการใช้ การอนุรักษ์และการทดแทน อย่างเหมาะสม ดังนั้นรัฐบาลจะต้องส่งเสริมและเร่งฟื้นฟูความสมบูรณ์ของดินและน้ำสู่ธรรมชาติ โดยการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม ดูแลรักษาตังแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง
5. นโยบายต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ในกระแสการเปลี่ยนแปลงในโลกปัจจุบันประเทศไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและสังคมกับโลกได้ รัฐบาลต้องดำเนินนโยบายเชิงรุก ส่งเสริมความสัมพันธ์ในมิติต่าง ๆกับนานาชาติเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ
6. นโยบายด้านกฎหมายและส่งเสริมการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี การที่ประเทศจะมีพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและสังคมที่สงบสุข จะต้องมีพื้นฐานของกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี รัฐบาลจะต้องพัฒนากฎหมายทั้งระบบให้ทันสมัยและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก
7. นโยบายส่งเสริมประชาธิปไตยและกระบวนการประชาสังคม โดยรัฐบาลมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและพัฒนาระบอบประชาธิปไตย และสนับสนุนการทำงานขององค์กรอิสระต่าง ๆ
8. นโยบายรักษาความมั่นคงของรัฐ รัฐบาลจะเทิดทูนและรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์มิให้ผู้ใดล่วงละเมิดได้ พัฒนาระบบการป้องกันประเทศตามแนวทางป้องกันประเทศที่ได้มาตรฐาน
9. นโยบายตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
ดังนั้นนักวิจัยและหน่วยงานวิจัยของรัฐ ก็ต้องทำวิจัยสอดคล้องและรับนโยบายและยุทธศาสตร์ 9 ข้อที่กำหนดไว้นั้น เพื่อจะได้นำผลการวิจัยมาใช้เป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายการบริหารและพัฒนาประเทศให้ประสบผลสำเร็จ ต่อไป
มาตรการที่จะต้องดำเนินการเพื่อวาระการวิจัยแห่งชาติในภาวะวิกฤตเพื่อฟื้นฟูชาติให้สำเร็จได้ ต้องดำเนินการดังนี้
1. ค่าใช้จ่ายทางการวิจัย รัฐควรจัดสรรให้ได้ร้อยละ 1.5 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปีภายในระยะเวลา 5 ปี
2. สร้างบุคลากรทางการวิจัย สร้างและพัฒนานักวิจัยโดย ส่งเสริมให้สถาบันการศึกษาชั้นสูงเป็นประชาคมวิจัย สถานศึกษาทุกระดับชั้นเน้นการสอนที่ให้เกิดการเรียนรู้ที่เป็นระบบในลักษณะของการวิจัย เพื่อให้มีวิถีชีวิตของการเรียนรู้และปลูกฝังวิธีคิดและใฝ่รู้อย่างเป็นระบบตลอดไป ส่งเสริมให้เกิดนักวิจัย นักวิจัยอาชีพ และผู้บริหารโครงการวิจัยที่มีประสิทธิภาพ พัฒนานักวิจัยให้มีคุณภาพและมีจรรยาบรรณของนักวิจัย
3. องค์กรวิจัย จัดให้มีโครงสร้างพื้นฐานทางการวิจัย เพื่อให้บริการแก่ภาคเอกชน จัดให้มีชุมชนการวิจัยในทุกระดับทั้งในระดับมหาวิทยาลัยและระดับท้องถิ่นในทุก ๆ ภูมิภาค จัดตั้งสถาบันวิจัยเฉพาะทางที่มีภารกิจชัดเจนสามารถดำเนินการในลักษณะครบวงจร ครอบคลุมทั้งด้านการวิจัย พัฒนาบุคลากรและสามารถถ่ายทอดความรู้จากภายนอกประเทศได้ดี
4. การบริหารการจัดการ
1) ให้มีการประเมินผลการดำเนินงานและการบริหารการวิจัยในสถาบันการศึกษาและหน่วยงานของรัฐในช่วงที่ผ่านมา เพื่อการปรับปรุงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด
2) ให้มีมาตรการในการนำนโยบายการวิจัยไปใช้ให้เกิดผลต่อการปฏิบัติอย่างจริงจัง เพื่อให้บรรลุผลตามนโยบายที่กำหนดไว้
3) จัดให้มีระบบฐานข้อมูลทางการวิจัยระดับชาติที่เป็นเครือข่ายทั่วประเทศ และเชื่อมโยงกับต่างประเทศได้ รวมทั้งจัดให้มีข้อมูลที่เกี่ยวกับทรัพยากรการวิจัยระดับชาติด้วย
4) จัดระบบการบริหารงานวิจัยให้คล่องต่องานวิจัย
5. การพัฒนาชุดโครงการวิจัยวาระการวิจัยแห่งชาติในภาวะวิกฤตเพื่อฟื้นฟูชาติเป็นกรอบประเด็นการวิจัย ซึ่งสามารถพัฒนาให้เป็นชุดโครงการวิจัยเฉพาะเรื่องตามกรอบประเด็นต่าง ๆ ได้อีกมากมายตามความจำเป็นและความต้องการในการใช้ประโยชน์ ซึ่งจะช่วยให้บรรลุผลตามเจตนารมณ์ของวาระการวิจัยแห่งชาติฯ ได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
********************************
edit @ 2005/11/24 10:19:06