2005/Nov/24

ขั้นตอนในการดำเนินการวิจัย

· กำหนดปัญหาที่จะดำเนินการวิจัย

· กำหนดวัตถุประสงค์การวิจัย

· ทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง ( ทฤษฎี เอกสาร งานวิจัย )

· กำหนดกรอบแนวคิดและตั้งสมมติฐาน นิยามศัพท์

· กำหนดแบบการวิจัย

· กำหนดประชากรและวิธีการสุ่มตัวอย่าง

· สร้างเครื่องมือและหาประสิทธิภาพของเครื่องมือ

· การรวมรวมข้อมูล ( แหล่งปฐมภูมิ, แหล่งทุติยภูมิ)

· การวิเคราะห์ข้อมูล

· การนำเสนอผล ( การเสนอรายงานการวิจัย)

· กำหนดปัญหาที่จะดำเนินการวิจัย

เป็นการกำหนดปัญหาของการวิจัย และเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากในการวิจัยและในการเลือกปัญหาในการวิจัยต้องพิจารณาจากความรู้ ทัศนคติ ความสามารถของผู้วิจัย แหล่งความรู้ที่จะเป็นส่วนเสริมให้งานวิจัยสำเร็จ ประชากรและวิธีการสุ่มตัวอย่างการรวบรวมข้อมูล รวมทั้งเงินทุน เวลาที่จะทำให้งานวิจัยสำเร็จ ซึ่งมีข้อควรพิจารณาในการเลือกปัญหาคือ

§ ต้องเป็นปัญหาที่มีความสำคัญ

§ สามารถแก้ปัญหาด้วยวิธีการที่มีเหตุผล

§ มีข้อมูลที่เที่ยงตรงและเชื่อถือสนับสนุน

§ เป็นปัญหาที่แสดงถึงการริเริ่ม

ซึ่งการกำหนดปัญหาดังกล่าวจะเป็นกรอบในการ

§ ช่วยชี้แนวทางให้ผู้วิจัยกำหนดวัตถุประสงค์

§ เป็นกรอบในการศึกษาค้นคว้าทฤษฎี งานวิจัย

§ เป็นแนวทางกำหนดตัวแปรและสมมุติฐาน

§ ช่วยกำหนดรูปแบบและวิธีดำเนินการวิจัย

· กำหนดวัตถุประสงค์การวิจัย

การกำหนดวัตถุประสงค์ในการวิจัย (Statement of research objectives) เมื่อผู้วิจัยตัดสินใจเกี่ยวกับสิ่งที่จะทำการวิจัยแล้ว ผู้วิจัยต้องกำหนดข้อความที่เป็นปัญหาและวัตถุประสงค์ในการวิจัยให้ชัดเจน การกำหนดวัตถุประสงค์ในการวิจัยเป็นการค้นหาคำตอบที่ต้องการจากงานวิจัย วิธีการกำหนดวัตถุประสงค์ที่นิยมใช้ที่สุดคือการตั้งสมมติฐานในการวิจัย

· ทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง ( ทฤษฎี เอกสาร งานวิจัย) มีจุดมุ่งหมายเพื่อ

§ มุ่งแสวงหาพื้นฐานทางทฤษฎีและแนวคิดต่างๆ

§ มุ่งแสวงหาสถานภาพทางการวิจัย (อะไร เมื่อไร ที่ไหน ใคร อย่างไร)

§ มุ่งวางแนวทางการวิจัยที่เหมาะสม (กำหนดกรอบแนวคิด สมมติฐานการวิจัย)

โดยจะศึกษาจาก การประมวลเอกสารที่เกี่ยวข้อง การตรวจสอบเอกสาร การทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง วรรณคดีที่เกี่ยวข้อง ทฤษฎี เอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการ ประมวลเอกสารที่เกี่ยวมีประโยชน์เพื่อ

· ทำให้ทราบว่าการวิจัยที่ใกล้เคียงกับการวัยของตนนั้นนักวิจัยคนอื่นได้จัดการแก้ปัญหาของเขาอย่างไร

· ทำให้นักวิจัยได้เรียนรู้การแก้ปัญหาต่างๆ ซึ่งจะเป็นแนวทางแก้ปัญหาที่ตนอาจประสบต่อไป

· ทำให้นักวิจัยทราบถึงแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่ไม่เคยทราบมาก่อน

· ช่วยให้นักวิจัยมองเห็นการวิจัยของตนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการวิจัยอื่นๆ อย่างไร

· ช่วยให้ผู้วิจัยมีความคิดใหม่ๆ และวิธีการใหม่ๆ ในการทำวิจัย

· ช่วยให้นักวิจัยประเมินความพยายามของตนโดยเปรียบเทียบกับความพยายามของผู้อื่นในเรื่องที่ใกล้เคียงกัน

· กำหนดกรอบแนวคิดและตั้งสมมติฐาน นิยามศัพท์

กรอบแนวคิดในการวิจัย (Conceptual framework ) หมายถึง แนวคิดของผู้วิจัยที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต้นและตัวแปรตาม ที่ใช้ศึกษาในการวิจัยครั้งนั้น ๆ โดยมีที่มาจากการทบทวนเอกสารวรรณกรรม แนวคิดทฤษฎี ตลอดจนผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง แล้วนำมาเขียนเป็นแผนภาพเชื่อมโยงเพื่อแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรที่ศึกษาในงานวิจัย ประโยชน์ของกรอบความคิดในการวิจัย

1. ช่วยชี้ให้เห็นทิศทางของการวิจัยและประเภทของตัวแปรต้นตัวแปรตาม

2. ช่วยชี้ความสัมพันธ์ของตัวแปรต้นและตัวแปรตาม

3. บอกแนวทางในการออกแบบการวิจัย

4. บอกแนวทางการกำหนดวัตถุประสงค์และสมมติฐานการวิจัย

5. บอกแนวทางการเลือกใช้เครื่องมือในการวิจัย

6. บอกแนวทางการเลือกใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล

7. บอกกรอบการแปรผลและอภิปรายผลการวิจัย

การกำหนดสมมุติฐาน หมายถึง การเขียนข้อความที่เป็นข้อคาดหวังเกี่ยวกับความ แตกต่างที่อาจเป็นไปได้ ระหว่างตัวแปรต่าง ๆ ซึ่งสมมุติฐานนั้นไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นจริงเสมอไป

คำนิยามศัพท์ หลักการให้คำนิยามตัวแปรที่ใช้ในการวิจัยทุกตัวเป็นการให้คำนิยามเชิงปฏิบัติการที่ใช้ในการวิจัยเรื่องนั้น ๆ ทั้งนี้เนื่องจากคำศัพท์บางคำมีความหมายได้หลายคำจะให้เฉพาะความหมายที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เท่านั้น ความหมายที่ให้จะเป็นความหมายเชิงปฏิบัติการ เป็นคำจำกัดความที่ให้ไว้เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจตรงกันกับผู้วิจัย การให้ความหมายต้องทำอย่างระมัดระวัง ไม่ให้ค้านกับแนวคิดทฤษฎี และมีความหมายที่แน่นอนชัดเจน วัดได้เป็นอย่าเดียวกันไม่ว่าใครวัด การให้คำนิยามศัพท์ มีวัตถุประสงค์ 2 ประการ

1. เพื่อให้เกิดความคงที่ของตัวแปรที่ศึกษา ตลอดระยะเวลาของการวิจัย

2. เพื่อนำไปสู่การสร้างเครื่องมือวัดและวิธีการวัดตัวแปรนั้น ๆ ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

· กำหนดแบบการวิจัย

o แบบการวิจัยหมายถึง แผน โครงสร้าง และยุทธวิธี ในการศึกษาค้นคว้าเพื่อให้ได้มาซึ่งคำตอบต่อปัญหาที่ต้องการวิจัย

§ แผน หมายถึง ขอบข่ายของโปรแกรมการดำเนินงานวิจัยทั้งหมด ที่ผู้วิจัยได้ทำการวางแผนไว้

§ โครงสร้าง หมายถึง เค้าโครงหรือแบบจำลอง ของตัวแปรในการวิจัย

§ ยุทธวิธี หมายถึง วิธีการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลและวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล

§ เค้าโครงการวิจัย หมายถึง รายละเอียดของขั้นตอนต่างๆ ของการทำการวิจัย ซึ่งเริ่มตั้งแต่ ปัญหาการวิจัยไปจนถึงการเก็บรวบรวมข้อมูล และแนวทางในการวิเคราะห์ข้อมูล เค้าโครงวิจัยช่วยให้ผู้วิจัยสามารถดำเนินการวิจัยได้สำเร็จ แต่ไม่ได้ประกันว่าผลการวิจัยที่ได้นั้นถูกต้องเสมอไป

· การเขียนเค้าโครงการวิจัยการเขียนเค้าโครงการวิจัยเป็นขั้นตอนที่สำคัญขั้นหนึ่งเนื่องจากเค้าโครงการวิจัยนั้นจะเป็นแบบแผนในการดำเนินงานวิจัย อย่างมี ระบบ ควร จะ ประกอบด้วย
1. ชื่องานวิจัย

2. ภูมิหลังหรือที่มาของปัญหา


3. วัตถุประสงค์

4. ขอบเขตของการวิจัย

5. ตัวแปรต่าง ๆ ที่วิจัย

6. คำนิยามศัพท์เฉพาะ (ในกรณีที่จำเป็น)

7. สมมุติฐาน (ถ้ามี)

8. วิธีดำเนินการวิจัย

1.1 รูปแบบของงานวิจัย

1.2 การสุ่มตัวอย่าง

1.3 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล

1.4 การวิเคราะห์ข้อมูล

9. แผนการทำงาน

10. งบประมาณ

§ การออกแบบการวิจัย หมายถึง การกำหนดกิจกรรมต่าง ๆ และรายละเอียดของกิจกรรมต่าง ๆ ที่ผู้วิจัยจะต้องดำเนินการ ตลอดจนวิธีการ และแนวทางต่าง ๆ ที่จะใช้เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลจากประชากรเป้าหมาย หรือ จากตัวอย่างของประชากร ซึ่งข้อมูลที่ได้มานี้ต้องสามารถตอบปัญหาของการวิจัยตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ อย่างมีวัตถุวิสัย และประหยัด

o ลักษณะของแบบการวิจัย

§ แบบการวิจัยที่มีการทดลอง การออกแบบเป็นการกำหนดรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับการทดลองที่จำเป็นดังนี้

· การกำหนดกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม

· กำหนดตัวแปรในการทดลอง

· เลือกแบบแผนแบบการทดลอง

· สร้างเครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้ในการทดลอง

· ดำเนินการทดลองตามแผนแบบ

§ แบบการวิจัยเชิงสำรวจ เป็นการวิจัยที่ไม่มีการสร้างสถานการณ์เชื่อมโยงใด ๆ กับข้อมูลที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเป็นการค้นหาความจริงตามสภาพการณ์ปัจจุบันที่ปรากฏอยู่หรือให้เห็นว่ามีข้อเท็จจริง อย่างไรที่ปรากฏอยู่มีความสัมพันธ์กันอย่างไร โดยไม่มีการจัดกระทำเพื่อควบคุมตัวแปรใด ๆ รูปแบบการวิจัยแบบสำรวจจำแนกได้ดังนี้ การสำรวจเชิงบรรยาย การสำรวจเชิงเปรียบเทียบ การสำรวจเชิงสหสัมพันธ์ การสำรวจเชิงสาเหตุ

การออกแบบการวิจัยในการวิจัยเชิงสำรวจที่สำคัญคือ

§ ออกแบบการเลือกตัวอย่าง

§ ออกแบบการวัดค่าตัวแปร

§ ออกแบบการวิเคราะห์ข้อมูล

§ แบบการวิจัยเชิงพัฒนา

เป็นการวิจัยที่มุ่งเน้นที่จะนำผลการวิจัยมาเพื่อปรับปรุง เปลี่ยนแปลง เพิ่ม

คุณภาพ ประสิทธิภาพ การทำงานปกติในองค์กรหรือหน่วยงานต่าง ๆ โดยอาศัยยุทธศาสตร์ วิธีการหรือเทคนิคต่าง ๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะธรรมชาติของงานหรือหน่วยงานนั้น ๆ

§ แบบการวิจัยเชิงประเมิน ( Evaluation Research )

การวิจัยเชิงประเมินผล ( Evaluation Research ) เป็นรูปแบบการวิจัยชนิดหนึ่ง เหมือนการวิจัยเชิงสำรวจ แต่การวิจัยเชิงประเมินผล เป็นวิธีการวิจัยที่มุ่งหาความรู้+ความจริงมาหาคุณค่า ของสิ่งที่วิจัยนั้นเพื่อให้ผู้บริหารคิดสนใจว่าความยุติโครงการหรือให้ดำเนินการต่อไป ในการวิจัยเชิงประเมินผลนั้น สามารถดำเนินการประเมินได้ใน 3 ระดับ1. ก่อนการดำเนินงาน 2 . ระหว่างดำเนินงาน

3. สิ้นสุดโครงการ

กระบวนการและขั้นตอนการทำวิจัยเชิงประเมินผล

ขั้นที่ 1 เลือกโครงการและตั้งหัวข้อวิจัย

ขั้นที่ 2 ทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง

ขั้นที่ 3 กำหนดปัญหา เป้าหมายและวัตถุประสงค์ของการประเมิน

ขั้นที่ 4 ออกแบบวิจัย วางแผนวิจัยประเมิน

ขั้นที่ 5 เก็บรวบรวมข้อมูล

ขั้นที่ 6 วิเคราะห์ข้อมูลและแปรผล

ขั้นที่ 7 การเสนอรายงานวิจัยเชิงประเมินผล

การนำทฤษฎีมากำหนดกรอบแนวคิดในการวิจัยเชิงประเมินผล

ในการวิจัยเชิงประเมินโครงการนั้น ทฤษฎีที่นิยม นำมาใช้มากที่สุด คือทฤษฎี CIPP Model ของ Stufflebeanc หรือ CIPPO Model ของ นายธเนศ ต่วนชะเอม

C I P P O

C = Contexts บริบท ได้แก่ สภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมือง สิ่งแวดล้อม ปัญหาของพื้นที่ ความต้องการและความพร้อมของประชาชน

I = Input คือ โครงการ นั้นคือ เมื่อประเมินบริบทว่ามีความพร้อมและต้องการแล้วจึงนำโครงการสู่ชุมชน แล้วจึงประเมินโครงการนั้นว่ามีความเป็นได้มากน้อยเพียงใด เป้าหมายเป็นอย่างไร

P= Process คือกระบวนการในการดำเนินงานตามโครงการที่กำหนดไว้ นั้นคือ นักวิจัยเชิงประเมินให้ทำการประเมินในหัวข้อต่อไปนี้ หลักการ/การวางแผน ,กิจกรรมและวิธีการขั้นตอนการดำเนินงาน, การร่วมมือ, วัสดุอุปกรณ์, งบประมาณ

P= Product คือผลผลิต เช่น จำนวนคน, เป้าหมายที่กำหนดไว้, ผลที่ได้รับ, มีนวัตกรรมใหม่ ๆ

O= Outcome คือ ผลลัพธ์ที่ตามมาจากโครงการนั้น เช่น ความสบายใจ, ความคุ้มค่า, การขยายเครือข่าย, ผลประโยชน์ที่ตามมาในภายหลัง ซึ่งอาจมีทั้งผลบวกและผลลบ

· กำหนดประชากรและวิธีการสุ่มตัวอย่าง

ประชากร ในการวิจัยหมายถึง จำนวนทั้งหมดของกลุ่มบุคคล สัตว์ สิ่งต่างๆ ที่อยู่ในขอบข่ายการวิจัย โดยบ่างออกเป็น 2 ประเภท

· ประชากรที่มีจำนวนจำกัด

· ประชากรที่มีจำนวนไม่จำกัด

ตัวอย่าง หมายถึง ประชากรบางส่วนหรือทั้งหมดที่ใช้เป็นตัวแทนในการศึกษาวิจัย วิธีการเลือกตัวอย่างแบ่งออกเป็น 2 วิธี

· การเลือกตัวอย่างแบบไม่อาศัยความน่าจะเป็น เป็นการเลือกตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ สะดวก ปลอดภัยเช่น

o การเลือกตัวอย่างแบบเจาะจง

o การเลือกตัวอย่างแบบกำหนดโควต้า

o การเลือกตัวอย่างตามโอกาส

o การเลือกตัวอย่างตามสะดวก

การที่เลือกตัวอย่างโดยไม่ทราบค่าความน่าจะเป็นนี้ไม่เหมาะสมที่จะใช้การคำนวณค่าสถิติอนุมาน ในการวิเคราะห์ข้อมูล เพราะไม่ทราบค่า Sampling error จึงเหมาะสมที่จะใช้กับสถิติบรรยายต่าง ๆ

· การเลือกตัวอย่างแบบทราบค่าความน่าจะเป็นการเลือกโดยการสุ่ม (Random) ที่แต่ละหน่วยของประชากรมีโอกาสได้รับการเลือกตัวอย่างเท่าเทียมกัน การเลือกตัวอย่างแบบนี้แบ่งออกเป็น 5 วิธี คือ

1. การเลือกตัวอย่างโดยการสุ่ม เป็นวิธีการที่ง่าย ๆ แต่ประชากรต้องไม่ใหญ่มากนัก

2. การเลือกตัวอย่างเป็นระบบ เป็นวิธีใช้ได้ดีในกรณีที่ประชากรมีขนาดใหญ่ที่มีการจัดระบบอย่างใดอย่างหนึ่ง

3. การเลือกตัวอย่างแบบการจัดชั้น เป็นวิธีการเลือกตัวอย่างที่มีการจัดขั้นก่อน เพื่อให้ตัวอย่างที่ได้มาจากทุกชั้น

4. การเลือกตัวอย่างแบบกลุ่ม เป็นวิธีการเลือกตัวอย่างที่มีการแบ่งประชากรออกเป็นกลุ่ม เช่นเดียวกับการจัดชั้นแต่ลักษณะจะไม่เหมือนกัน โดยการแบ่งแบบนี้ลักษณะภายในของประชากรแต่ละกลุ่มจะมีความแตกต่างกัน และแต่ละกลุ่มจะมีความคล้ายคลึงกัน แล้วจึงเลือกโดยการสุ่มจากกลุ่มเล็ก โดยใช้ทุกหน่วยของกลุ่มย่อยมาเป็นตัวอย่าง

5. การเลือกตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน จะใช้เมื่อประชากรที่ศึกษามีขนาดใหญ่ ประกอบด้วยกลุ่มย่อย ๆ โดยในกลุ่มย่อย ๆ ประกอบด้วยหน่วยต่าง ๆ ที่มีลักษณะตามที่สนใจคล้าย ๆ กัน

· สร้างเครื่องมือและหาประสิทธิภาพของเครื่องมือ

o สำหรับการวิจัยทางสังคมศาสตร์นั้นสามารถเลือกใช้เครื่องมือการวิจัยได้ดังนี้

§ แบบสอบถาม หมายถึง ชุดของข้อคำถามหรือข้อความเฉพาะเรื่องที่ผู้วิจัยต้องการ เพื่อให้ผู้ที่ถูกถาม ตอบคำถาม ส่วนมากเกี่ยวกับข้อเท็จจริง ความคิดเห็น หรือความรู้สึกนึกคิด บุคลิกภาพ ค่านิยมและทัศนคติของผู้ตอบ

§ แบบสัมภาษณ์ หมายถึง แบบบันทึกคำถาม คำตอบสำหรับการสนทนาหรือการซักถามที่มีจุดมุ่งหมายที่แน่นอน ซึ่งมีสองลักษณะคือแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างกับแบบสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง

§ แบบสังเกต หมายถึง แบบฟอร์มที่ใช้บันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรสำหรับเหตุการณ์หรือสถานการณ์ใด ๆ ที่ผู้วิจัยต้องการทราบหรือต้องการศึกษาพฤติกรรมที่แฝงอยู่มนตัวผู้ถูกสังเกต หรือใช้ประกอบการสัมภาษณ์เพื่อดูกิริยาท่าทางของผู้ถูกสัมภาษณ์ซึ่งเป็นการใช้แบบสังเกตอย่างมีโครงสร้างหรือการที่ผู้สังเกตเข้าไปมีส่วนร่วมกับสถานการณ์ที่มีสิ่งที่ต้องการข้อมูลในสถานการณ์นั้นเป็นการสังเกตแบบไม่มีโครงสร้าง การสังเกตอาจสังเกตได้โดยตรงหรือใช้อุปกรณ์ช่วย

§ แบบบันทึก (Recode) เป็นแบบฟอร์มที่ใช้บันทึกเหตุการณ์หรือเรื่องราวหรือประวัติต่าง ๆ ที่เป็นข้อมูลในอดีตหรือข้อมูลจากการจดทะเบียน เวชระเบียนผู้ป่วยการรายประวัตินักศึกษาหรือข้อมูลต่าง ๆ ที่มีหลักฐานอยู่

o การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือการวิจัย

§ ความเที่ยงตรง (Validity) หมายถึง ความสามารถวัดได้ตรงกับสิ่งที่ต้องการจะวัด และวัดได้ครอบคลุมพฤติกรรมลักษณะที่ต้องการการกำหนดความเที่ยงตรงตามเนื้อหานั้นจะต้องกำหนดนิยามตามทฤษฎีและแปลงเป็นนิยามเชิงปฏิบัติการ เพื่อหาตัวชี้วัด

§ ความเชื่อมั่น (Reliability) หมายถึง ความคงที่ในการวัดเมื่อวัดซ้ำ กันหลายครั้งจะให้ค่าเหมือนเดิมหรือใกล้เคียงกันการหาค่าความเชื่อมั่นมีหลายวิธีการดังนี้

1. วิธีการสอบซ้ำ

2. วิธีใช้ฟอร์มคู่ขนาน

3. วิธีหาความสอดคล้องภายใน

3.1 วิธีแบ่งครึ่ง

3.2 วิธีของคูเดอร์ ริชาร์ดสัน

3.3 วิธีสัมประสิทธิ์แอลฟ่า

§ อำนาจจำแนก (Discrimination) เครื่องมือการวิจัยที่ดีต้องสามารถจำแนกสิ่งต่าง ๆ ออกตามคุณลักษณะที่ต้องได้

§ ประสิทธิภาพ (Effciency) เครื่องมือการวิจัยที่มีประสิทธิภาพ หมายถึงมีประสิทธิภาพในการใช้ได้ง่ายสะดวก รวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่ายการสร้างเครื่องมือให้มีประสิทธิภาพในการใช้งานจึงต้องพิจารณากลุ่มเป้าหมายว่าจะใช้เครื่องมือกับกลุ่มใด ธรรมชาติหรือลักษณะพื้นฐานของกลุ่มเป้าหมายเป็นเช่นไร

· การรวมรวมข้อมูล ( แหล่งปฐมภูมิ, แหล่งทุติยภูมิ)

o ในการดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลผู้วิจัยจะต้องทราบว่าในการทำการวิจัยนั้นสามารถจะรวบรวมข้อมูลจากกลุ่ม ประชากรทั้งหมด หรือ สุ่มตัวอย่าง ซึ่งในการสุ่มตัวอย่างนั้นก็ต้องทราบว่าจะต้องสุ่มตัวอย่างโดยวิธีการใดที่จะให้ได้กลุ่มตัวอย่างที่เป็นตัวแทนที่ดีของ กลุ่มประชากร ข้อมูลที่ผู้วิจัยจะทำการรวบรวมนั้นมาจากไหน ปฐมภูมิ (Primary Source)ทุติยภูมิ (Secondary Source)

§ ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary data) เป็นข้อมูลสถิติซึ่งเก็บรวบรวมมาก่อนแล้วเพื่อจุดมุ่งหมายอื่นซึ่งอาจจะเอามาใช้ประกอบในงานวิจัยได้ (Churchill. 1996 : 54) หรือหมายถึงข้อมูลที่ได้นัดพิมพ์มาแล้วเพื่อจุดมุ่งหมายอื่นไม่ใช่เพื่อจุดมุ่งหมายในการศึกษาปัจจุบัน (Kinnear and Tailor. 1996 : 856) ข้อมูลทุติยภูมิอาจจะอยู่ในระบบข้อมูลภายในธุรกิจ เช่น รายงานสำรวจการขายจากใบสั่งซื้อของลูกค้า อาจจะต้องอาศัยจากภายนอก เช่น ห้องสมุดธุรกิจ ข้อมูลสถิติของรัฐบาล รายงานจากสมาคมการค้า ฯลฯ

§ ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary data) เป็นข้อมูลที่เก็บรวบรวมจากแหล่งข้อมูลเบื้องต้นซึ่งอาจจะเป็นข้อมูลที่เกิดจากคำถามในการวิจัย (Churchill. 1996 : 55) วิธีการในการวบรวมข้อมูลปฐมภูมิจะเกี่ยวข้องกับคำถามต่อไปนี้

(1) ควรรวบรวมโดยการสังเกตหรือการออกแบบแบบสอบถาม

(2) ควรจะมีวิธีการสังเกตอย่างไร

(3) การสำรวจด้วยตัวเองหรือใช้เครื่อง อิเล็กทรอนิกส์

(4) คำถามควรจะมีการบริหารโดยบุคคล โทรศัพท์ หรือใช้จดหมาย

· การวิเคราะห์ข้อมูลการออกแบบการวิเคราะห์ข้อมูล (Analysis Design) การวิเคราะห์ข้อมูล (Analysis of data) เป็นการจำแนกข้อมูลออกเป็นส่วนย่อย ๆ เพื่อจัดข้อมูลต่าง ๆ ให้เป็นระบบหมวดหมู่ แล้วใช้ค่าสถิติช่วยในการสรุปลักษณะของข้อมูลนั้น ๆ ตามลักษณะของตัวแปรที่ศึกษา ในกรณีที่เป็นข้อมูลเชิงปริมาณ จะแตกต่างกับการวิเคราะห์ข้อมูลในงานวิจัยเชิงคุณภาพที่ใช้การวิเคราะห์โดยการจำแนกชนิดและการเปรียบเทียบลักษณะของข้อมูลเพื่อหาความสัมพันธ์เกี่ยวโยงกันของปรากฏการณ์ต่าง ๆ โดยอาศัยกรอบแนวคิดและทฤษฎีช่วยในการสร้างข้อสรุปนั้น การเลือกใช้สถิติจะพิจารณาจาก

1. วัตถุประสงค์การวิจัย (เพื่อการบรรยาย, เพื่อเปรียบเทียบ, เพื่อหาความสัมพันธ์, เพื่อสร้างตัวแบบ)

2. หน่วยการวิเคราะห์ (เอกบุคคล, แบบกลุ่ม)

3. ระดับการวัดค่าตัวแปร (ระดับกลุ่ม, ระดับอันดับ, ระดับวง, ระดับอัตราส่วน)

4. การเลือกตัวอย่าง (ใช้การสุ่ม, ไม่มีการสุ่ม)

ดังนั้นเทคนิคการวิเคราะห์และแปลผลขึ้นอยู่กับลักษณะของข้อมูลที่นำมาวิเคราะห์ดังนี้

1. การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ ใช้วิธีการทางสถิติเป็นวิธีการในการวิเคราะห์ ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ

a. สถิติบรรยาย (Descriptive Statistics)การวิจัยที่มุ่งหมายเพื่อการบรรยายข้อมูลตัวอย่างหรือประชากรโดยไม่อ้างอิงไปถึงประชากรใด สามารถเลือกใช้สถิติบรรยายได้ดังนี้

1. การแจกแจงความถี่

2. การจัดตำแหน่งเปรียบเทียบ (Proportion, Rate, Ratio, Percentage)

3. การวัดแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลาง (Mean, Median, Mode)

4. การวัดการกระจาย (S.D., Q.D., C.V., Range)

5. การวัดความสัมพันธ์ (rxy , rt , rbis)

6. การวัดการถดถอย

b. สถิติอนุมาน (Inferential Statistics) หรือสถิติวิเคราะห์ซึ่งแยกย่อยออกเป็น 2 กลุ่มคือ

1. Non-Parametric Statistics

2. Parametric Statistics

2. การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ใช้เทคนิควิธีการที่เรียกว่า การจำแนกกลุ่มข้อมูลเชิงคุณภาพ

การวางแผนการวิเคราะห์ข้อมูล

ในขั้นตอนของการวิเคราะห์ข้อมูลนั้นผู้วิจัยควรจะมีการวางแผนก่อนโดยพิจารณาจากวัตถุประสงค์ของการวิจัยว่า ในแต่ละวัตถุประสงค์ของการวิจัยจะทำการวิเคราะห์อย่างไร ควรจะจัดกระทำข้อมูลอย่างไร และใช้ค่าสถิติใดช่วยในการหาคำตอบตามวัตถุประสงค์นั้น

· การนำเสนอผล ( การเสนอรายงานการวิจัย)

§ บทที่ 1 บทนำ

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

วัตถุประสงค์การวิจัย

ขอบเขตการวิจัย

ข้อตกลงเบื้องต้น

ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัย

§ บทที่ 2 วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง

ทฤษฎี แนวคิด และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

กรอบแนวคิด

สมมุติฐานการวิจัย

นิยามศัพท์เฉพาะ

§ บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย

รูปแบบการวิจัย

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

การเก็บรวบรวมข้อมูล

การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้

§ บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ( เสนอตามวัตถุประสงค์และสมมุติฐาน)

§ บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล ข้อเสนอแนะ

สรุปผลการวิจัย

อภิปรายผล

ข้อเสนอแนะ( ต่อหน่วยงาย เพื่อการวิจัยครั้งต่อไป)

**********************************


edit @ 2005/11/25 11:11:07

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:


smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

ขยันจังค่ะ


จูนได้ความรู้มากมากเลย เข้าบล๊อกพี่ไหล่เนี่ยค่ะ ดีใจจังที่พี่ไหล่ได้ใช้บล๊อกอย่างคุ้มค่าและมีประโยชน์ที่สุดเลย


จะรออ่านตอนต่อไปน่ะค่ะ

#1  by  Who am I to you ... At 2005-11-24 21:48, 
#2  by   (124.157.228.57) At 2006-05-31 15:58, 
ขอบคุณที่หาความรู้ใหม่ๆ มาให้อ่านนะ
#3  by   (61.19.31.50 /192.168.1.166, 61.19.31.50) At 2007-01-13 12:28, 
อยากทรายรายละเอียดเกี่ยวกับ
การวิจัยเชิงเปรีบยเทียบหาสาเหตุ
(causal comparative research)
-ความหมาย
-ลักษณะการวืจัย
-กระบวนการวิจัย
-ประโยชน์ของการวิจัย
-เครื่องมือการวิจัย
-ข้อดี/ข้อด้อยของการวิจัยเชิงเปรียบเทียบหาสาเหตุ
-ตัวอย่างบทคัดย่อ
#4  by  สามารถ อภิสนธ์ (203.113.40.74) At 2007-08-29 18:18, 
ขอบคุณเจ้า
#5  by  อุ๋ย (203.113.50.140) At 2007-09-02 11:06, 
ในการทำวิจัยคุณไมมีการกำหนดนิยามปฏิบัติการ (Operation Definition) หรอครับ ถ้าไม่มีคุณเอานิยามที่ไหนไปสร้างเครื่องมือวัดอะครับ ช่วยแนะหน่อย
#6  by  Knytaps (125.27.27.244) At 2007-09-27 20:47, 
#7  by   (203.156.41.24) At 2007-10-24 14:57, 
#8  by   (203.156.41.24) At 2007-10-24 14:57, 
#9  by   (203.156.41.24) At 2007-10-24 14:57, 
#10  by   (118.175.84.57) At 2008-07-10 14:25, 
#11  by   (125.25.146.175) At 2008-08-15 19:18, 
#12  by  กอรีอ๊ะ หะยีมามะ (124.157.235.167) At 2009-09-15 20:54, 
ขอบคุณ
#13  by  g (202.29.33.1) At 2009-09-29 09:36, 
#14  by   (124.122.54.61) At 2009-10-27 21:05, 
#15  by   (222.123.143.235) At 2009-11-10 16:43, 
#16  by   (222.123.143.235) At 2009-11-10 16:43, 
#17  by   (202.149.25.235) At 2009-11-28 13:24, 
open-mounthed smile
#18  by  kai (202.29.22.246) At 2009-12-27 11:26, 
ดีมาก
#19  by   (202.28.66.115) At 2010-01-20 00:31, 
และขอขอบคุณbig smile
#20  by   (202.28.66.115) At 2010-01-20 00:31, 
ดีมากเลยครับ
#21  by  เมธาพันธ์ กระสังข์สรสิริ (125.26.108.157) At 2010-01-30 15:55, 
ดีมากangry smile
#22  by  เดะ (125.27.192.101) At 2010-05-26 11:00, 
#23  by  สุนิษา (117.47.147.183) At 2010-06-01 18:02, 
ขอบคุณ ครับแต่ถ้าเป็นไปได้ ช่วยอ้างอิงหน่อยครับ
#24  by   (58.147.95.253) At 2010-06-16 09:01, 
ขอบคุณและมีประโยชน์ เป็นสื่อที่สร้างสรรค์จริงๆconfused smile
#25  by  Ply (124.121.242.254) At 2010-06-28 10:53, 
ขอบคุณค่ะ


เย้ๆๆ มีงานส่งแล้วค่ะขอบคุณน่ะค่ะ
#26  by   (119.31.20.95) At 2010-07-17 02:08, 
นู๋ทำการวิจัยไม่ได้ค่ะพอที่จะช่วยได้ไหมค่ะ งานวิจัยของนู๋คือ การศึกษารายรับ - รายจ่าย ของร้านอาหารภายในโรงอาหารของมหาวิทยาลัยค่ะ

คิดไม่ออกทำไม่เป็นช่วยหน่อยได้ไหมค่ะส่งวันจันทร์ที่จะถึงนี้ค่ะ

ขอบคุณล่วงหน้านะค่ะ
#27  by  ปุ้ย (125.27.173.15) At 2010-07-23 03:17, 
#28  by   (114.128.54.5) At 2010-08-29 15:42, 
เล็กไม่เข้าใจการทำงานวิจัยเลยคะจะทำยังไงดีคะ
เล็กทำงานวิจัยเกี่ยวกับผู้นำแบบประชาธิปไตย
#29  by  นู๋เล็ก (119.31.126.91) At 2010-08-30 21:26, 
ยังไงรบกวนพี่ๆช่วยแนะนำด้วยนะคะ
ส่งเมลล์เล็กคะ ananyalak_r@hotmail.com
ขอบคุณคะ
#30  by  นู๋เล็ก (119.31.126.91) At 2010-08-30 21:29, 
Very informative and helpful. I was searching for this information but there are very limited resources. Thank you for providing this information
#31  by  Descriptive Essay Writing Help (119.155.123.246) At 2010-12-09 15:59, 
ตอนนี้กำลังเรียนวิจัยกันอยู่
แต่ว่าเรียนไม่รู็้เรื่องนะค่ะ
ก็เลยต้องมาหาข้อมูลเพิ่มได้ข้อมูลเพิ่มอีกเยอะเลยค่ะ
ขอบคุณมากคะbig smile
#32  by  วไล ชลธาร (58.11.196.153) At 2012-01-29 20:22, 

<< Home