2005/Nov/24

ขวัญนภา สุขคร

ตัวแปร (Variables)

ในการทำวิจัยไม่ว่าจะเป็นการวิจัยทางสังคมศาสตร์หรือวิจัยทางวิทยาศาสตร์จะต้องเกี่ยวข้องกับตัวแปร (Variables) หรือมีตัวแปรเกี่ยวข้องตลอดเวลา นั้นคือสิ่งแรกที่นักวิจัยต้องทำคือต้องศึกษาต้องมีความรู้ มีความเข้าใจ และมีทักษะ (Skill) ในเรื่องตัวแปร(Variables) เพราะตัวแปรจะเป็นตัวกำหนดเงื่อนไขนานัปการในการทำวิจัย

กล่าวโดยสรุป ตัวแปร คือคุณลักษณะของสิ่งที่เราศึกษา ซึ่งมีค่าเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ 2 ค่าขึ้นไป ทั้งปริมาณและข้อความต่าง ๆ

ตัวแปรแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 3 ประเภทคือ

    1. ตัวแปรอิสระ (Independent Variable = Ind. Var. ) ลักษณะตัวแปรอิสระมีดังนี้คือ เป็น

ตัวแปรที่เกิดก่อน ตัวแปรที่เป็นตัวต้น ตัวแปรที่เป็นเหตุ/สาเหตุ ตัวแปรที่มีอิทธิผลต่อตัวแปรอื่น ตัวแปรที่สนับสนุนตัวแปรอื่น ตัวแปรที่ส่งเสริมตัวแปรอื่น ตัวแปรที่ส่งผลต่อตัวแปรอื่น ตัวแปรที่กระทำต่อตัวแปรอื่น ตัวแปรที่ผลกระทบต่อตัวแปรอื่น และตัวแปรอิสระ นิยมเขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ X

    1. ตัวแปรตาม / พึ่งพิง (Dependent Variable = Dep. Var) ลักษณะตัวแปรตามมีดังนี้คือ

เป็นตัวแปรที่เกิดภายหลัง ตัวแปรที่เป็นตัวตาม ตัวแปรที่เป็นผล ตัวแปรที่รับอิทธิผลจากตัวแปรอื่น ตัวแปรอื่นๆและตัวแปรตาม นิยมเขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ Y

3. ตัวแปรแทรก (InterviewingVariable) หรือตัวแปรคุม หรือตัวแปรภายนอก

และตัวแปรแทรก นิยมเขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ Z

ตัวอย่างโครงสร้างของตัวแปร

X1 Y1

X2 Y2

X1 X2 X3 Y1

X1 X2 X3 Y1

Z1

แบ่งตามคุณสมบัติของตัวแปร มี 2 ประเภทคือ

1. ตัวแปรต่อเนื่อง ตัวแปรที่มีค่าต่อเนื่องระหว่างค่าสองค่าที่กำหนดให้ เช่น ความสูง

2. ตัวแปรตัดขาด ตัวแปรที่มีค่าตัดขาดหรือไม่ต่อเนื่อง ซึ่งไม่สามารถให้มีค่าย่อยระหว่างสองค่าได้ เช่น จำนวนนักเรียน

แบ่งตามระดับของตัวแปร มี 4 ระดับ

1. มาตรานามบัญญัติ เป็นมาตราวัดหรือข้อมูลที่หยาบที่สุดหรือต่ำที่สุด บอกเฉพาะชื่อหรือสัญลักษณ์ เท่านั้น เช่น เพศ ศาสนา

2. มาตราอันดับ เป็นข้อมูลที่สูงกว่ามาตรนามบัญญัติที่ชี้ชัดว่าแตกต่างกันยังสามารถบอกอันดับได้อีกด้วย จากมากไปหาน้อย หรือจากน้อยไปหามาก เช่น ความคิดเห็น- มาก-ปานกลาง-น้อย

3. มาตราอันตรภาคชั้น เป็นการวัดข้อมูลที่มีช่วงห่างเท่า ๆ กัน หรือแบ่งออกเท่า กัน ไม่มีศูนย์แท้ เป็นศูนย์เทียบหรือสมมุติขึ้น เช่น คะแนนสอบ แบ่งออกเท่า ๆ กันดังนี้ 1-5,6-10,11-15,16-20

4. มาตราอัตราส่วน เป็นมาตราวัดข้อมูลระดับสูง โดยมีศูนย์แท้ การจัดในระดับนี้เป็นการวัดทางกายภาพ หรือการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เช่น วัดความสูง วัดน้ำหนัก

และในการทำวิจัยแต่ละเรื่อง นักวิจัยต้องนิยามตัวแปรหรือคำนิยามที่เป็นนามธรรมโดยเฉพาะมโนทัศน์เกี่ยวกับนามธรรมสูง เพราะยากแก่การเข้าใจ หรืออาจเข้าใจไม่ตรงกัน จึงต้องนิยามเพื่อให้ผู้อ่านรายงานการวิจัยเข้าใจตรงกันกับผู้ทำวิจัยเรื่องนั้นๆ

การนิยามตัวแปร (Variable Definition) คือการอธิบายหรือการให้คำจำกัดความในตัวแปรที่เป็นนามธรรม หรือคำศัพท์ต่างๆ ที่ยากแก่การเข้าใจประโยชน์ของการนิยามตัวแปร

1. ช่วยในการทำวิจัยตามแนวความคิดหรือมโนทัศน์ที่กำหนดไว้

2. ช่วยในการสร้างเครื่องมือวิจัย

3. ช่วยในการเก็บรวบรวมข้อมูล

4. ช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลและแปรผล

5. ช่วยให้ทำวิจัยตามนิยามที่ให้ไว้ไม่หลงทาง

6. ช่วยในการตรวจสอบและประเมินผลงานวิจัยตามที่นิยามไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในการทำวิจัยนั้นนักวิจัยต้องนิยามตัวแปรหรือคำศัพท์ที่เป็นนามธรรมออกเป็น 2 ระดับ คือ

1. นิยามตามทฤษฎี (Theoretical Definition) หรือนิยามทั่วไป (General Definition)เป็นการให้คำจำกัดความในภาพกว้างๆ หรือในความหมายทั่ว ๆไป ตามทฤษฎีหรือตามที่ตำราหรือพจนานุกรมได้ให้ความหมายไว้ โดยมิได้เฉพาะเจาะจงลงไปแต่อย่างใด เช่น ผู้บริหาร หมายถึงผู้ที่มีหน้าที่ในการวินิจฉัยตัดสินใจในการดำเนินงานเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ซึ่งการนิยามในระดับนี้ไม่สามารถทำวิจัยได้

2. นิยามปฏิบัติการ (Operational or Working Definition) เป็นการให้คำจำกัดความที่ชี้ชัดลงไป(Specific Definition) หรือเป็นการแยกออกเป็นส่วนๆ ลงไป โดยให้อยู่ภายใต้นิยามทั่วไป (General Definition) ซึ่งการนิยามในระดับนี้ ผู้วิจัยต้องนิยามเอง เช่น ผู้บริหาร หมายถึง ผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจ ได้แก่ อธิบดี อธิการบดี รองอธิการบดี