2005/Nov/25

ขวัญนภา สุขคร

ประเภทของการวิจัย

................................................

· แบ่งตามแนวคิดพื้นฐานการวิจัย

o การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) มิได้หมายความว่าการวิจัยประเภทนี้จะมีแต่ปริมาณ วัดกันด้วยจำนวนหน้าของรายงานการวิจัย หรือมีความหมายไปในทางที่ไม่มีคุณภาพ การวิจัยเชิงปริมาณหมายความถึงการวิจัยที่เน้นการใช้

(ก) ข้อมูลที่เป็นตัวเลขเป็นฐานยืนยันความถูกต้องของข้อค้นพบและข้อสรุปต่างๆ ของเรื่องที่ทำการศึกษาและวิจัย

(ข) ความใช้ได้กว้างขวางทั่วไปของข้อค้นพบการวิจัยประเภทนี้สามารถเป็นงานวิจัยที่มีคุณภาพดีถ้าสามารถพิสูจน์ได้ว่าให้คำตอบได้ถูกต้องจากการใช้ระเบียบวิธีที่เหมาะสมและข้อค้นพบสามารถนำไปใช้กว้างขวางทั่วไป

o การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) การวิจัยประเภทนี้มิได้มีความหมายว่า เป็นการวิจัยที่มีคุณภาพดีตามความหมายที่ใช้กันในชีวิตประจำวัน แต่หมายถึงการวิจัยที่ไม่เน้นข้อมูลที่เป็นตัวเลขเป็นหลัก เป็นการวิจัยที่เน้นการหารายละเอียดต่างๆ ของกลุ่มประชากรที่ทำการศึกษา ที่จะก่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในเรื่องนั้นๆ ข้อมูลหรือข้อค้นพบอาจได้มาจากการสังเกตหน่วยที่ต้องการศึกษาเพียงไม่กี่หน่วย หรือเพียงไม่กี่กลุ่มหรือชุมชน การวิจัยชนิดนี้มิได้มุ่งเก็บข้อมูลที่เป็นหรือสามารถทำให้เป็นตัวเลขจากกลุ่มประชากรเป้าหมายที่ศึกษามาทำการวิเคราะห์เชิงปริมาณเพื่อให้ได้คำตอบใช้ได้กว้างขวางทั่วไป 

· แบ่งตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย

o การวิจัยพื้นฐาน (Basic Research) หรือวิจัยบริสุทธิ์ (Pure Research) เป็นการวิจัยที่มีจุดมุ่งหมายในการหาความรู้ใหม่เพื่อขยายความรู้ทางวิชาการเพื่อสร้างทฤษฎีใหม่หรือตรวจสอบทฤษฎีเดิมที่มีอยู่แล้ว

o การวิจัยประยุกต์ (Applied Research) เป็นการวิจัยที่ผู้วิจัยมุ่งหวังในการค้นหาความรู้เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในการแก้ปัญหาต่าง ๆ หรือใช้ในการกำหนดนโยบายและตัดสินใจ กล่าวคือเป็นการวิจัยมุ่งเน้นนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ในทางปฏิบัติเป็นสำคัญ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภท

§ การวิจัยปฏิบัติการ (Action Research) เป็นการวิจัยเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าหรือการวิจัยที่จะนำผลการวิจัยไปใช้ในการทำงาน และปรับปรุงงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ให้ดีและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

§ การวิจัยและพัฒนา (Research and Development) เป็นการวิจัยที่มีการดำเนินงานหลายขั้นตอน นำความรู้ที่ได้ไปสู่การพัฒนาเปลี่ยนแปลงสิ่งใหม่ ๆ ที่มาไม่ว่าจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ ผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม รูปแบบ กระบวนการใหม่ ๆ

§ การวิจัยเชิงประเมิน (Evaluation Research) เป็นการวิจัยที่มุ่งค้นหาความรู้เพื่อใช้ในการตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ เช่น ในการดำเนินโครงการ การปรับปรุงโครงการต่าง ๆ

· แบ่งตามขอบเขตของศาสตร์ต่าง ๆ

o การวิจัยเฉพาะศาสตร์ในการแบ่งประเภทการวิจัยตามสาขาวิชานี้ เย็นใจ (2522) ได้แบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้

§ การวิจัยทางวิทยาศาสตร์สำหรับกลุ่มวิชาที่จัดเป็นวิทยาศาสตร์ ในที่นี้หมายถึง วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ (Natural Science) ซึ่งแบ่งออกได้สองกลุ่มคือ วิทยาศาสตร์กายภาพ (Physical Science) และวิทยาศาสตร์ชีวภาพ (Biological Science) วิชาที่จัดกลุ่มเข้าเป็นวิทยาศาสตร์ธรรมชาตินั้น ตัวอย่างเช่น ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา ดาราศาสตร์ ธรณีวิทยา เกษตรศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ เป็นต้น ลักษณะการวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์นั้น ส่วนมากผู้วิจัยสามารถจะดำเนินการทดลองภายในห้องทดลองได้ง่าย เพราะสิ่งที่นักวิจัยในสาขาวิทยาศาสตร์ทำการศึกษานั้นเป็นสิ่งของหรือสัตว์ ซึ่งสามารถทำการควบคุมและดำเนินการทดลองได้สะดวกกว่าการทดลองกับมนุษย์

§ การวิจัยทางด้านสังคมศาสตร์สำหรับสาขาวิชาที่จัดเป็นกลุ่มสังคมศาสตร์นั้น ตัวอย่างเช่น สังคมวิทยา ศึกษาศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ นิติศาสตร์ มานุษยวิทยา เป็นต้น ลักษณะการวิจัยทางด้านสังคมศาสตร์นั้นมักจะเป็นการศึกษาเกี่ยวกับปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์และพฤติกรรมของมนุษย์ และมีการนำวิธีการทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการวิจัยในบางสาขาวิชาด้วย

§ การวิจัยทางด้านมนุษยศาสตร์สำหรับสาขาวิชาที่จัดเป็นกลุ่มมนุษยศาสตร์นั้น ตัวอย่างเช่น ปรัชญา ตรรกศาสตร์ ภาษาศาสตร์ นิรุกติศาสตร์ วรรณคดี โบราณคดีและศาสนา เป็นต้น ลักษณะการวิจัยทางด้านมนุษยศาสตร์นั้น กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษานั้นอาจจะเป็นสิ่งของหรือมนุษย์ก็ได้ การวิจัยบางสาขาวิชาไม่อาจจะทำการทดลองได้ เพราะลักษณะของวิชานั้น มีความสมบูรณ์ในตัว เช่น ตรรกศาสตร์ เป็นต้น

o การวิจัยสหวิทยาการ ในการดำเนินการวิจัยบางครั้งผู้วิจัยอาจจะต้องการคำตอบจากการวิจัยหลายแง่มุมด้วยกัน จึงมีการวิจัยร่วมสาขาวิชาเกิดขึ้น การวิจัยที่มีการดำเนินการร่วมระหว่างสาขาวิชาสองสาขาวิชานั้น เรียกว่า การวิจัยสหวิทยาการ (interdisciplinary research) ตัวอย่างเช่น การวิจัยที่ได้รับจัดสรรทุนวิจัยจากโครงการพัฒนาสังคมศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งโครงการวิจัยเหล่านี้เป็นการวิจัยที่ประสมประสานความรู้ระหว่างทางด้านการศึกษาและทางด้านสังคมศาสตร์ เพื่อหาคำตอบต่อหัวข้อปัญหาในการวิจัย ในกรณีที่งานวิจัยมีการดำเนินงานร่วมระหว่างสาขาวิชาเกินสองสาขาวิชาขึ้นไปเรียกว่า การวิจัยพหุวิทยาการ (multidisciplinary research)

· แบ่งตามความเข็มงวดของการควบคุมตัวแปร

o การวิจัยในห้องปฏิบัติการ

o การวิจัยสนาม

o การวิจัยเอกสาร

· แบ่งตามเวลาที่ใช้ในการวิจัย

o การวิจัยแบบตัดขวาง Cross sectional research การวิจัยซึ่งอาศัยรูปแบบการวิจัยสำรวจโดยวางแผนการรวบรวมข้อมูลเพียงครั้งเดียวในช่วงมิติของเวลา ตามปกติ การวิจัยตัดขวางมักได้รับการประยุกต์ใช้เพื่อศึกษาประชากรที่ขนาดใหญ่ โดยอาศัยการสุ่มตัวอย่างครั้งเดียวเพื่อให้ได้กลุ่มตัวอย่างที่เป็นตัวแทนของประชากร ในความเป็นจริง การวิจัยตัดขวางมีความหมายใกล้เคียงกับการวิจัยสัมพันธ์

o การวิจัยระยะยาว Longtitudinal research การวิจัยซึ่งอาศัยรูปแบบการวิจัยสำรวจโดยวางแผนการรวบรวมข้อมูลหลายครั้งในช่วงมิติของเวลาช่วงห่างของการรวบรวมข้อมูลแต่ละครั้งอาจกำหนดเป็นรายสัปดาห์ รายเดือน หรือรายปีก็ย่อมขึ้นกับจุดมุ่งหมายและปัญหาของการวิจัยเป็นสำคัญ อนึ่งการวิจัยระยะยาวยังหมายความรวมถึงการศึกษาแนวโน้ม (Trend study) การศึกษากลุ่มตัวอย่างเดียวหลายครั้ง (Panel study) และการศึกษาหลายกลุ่มตัวอย่างหลายครั้ง (Cohort study)

· แบ่งตามระเบียบวิธีวิจัย

o การวิจัยเชิงวิเคราะห์

§ การวิจัยเชิงประวัติศาสตร์ประวัติศาสตร์ (Historical research) เป็นการวิจัยที่เน้นถึงการศึกษาค้นคว้า รวบรวมข้อมูลหรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีต (what was ?) ประโยชน์ของการวิจัย ชนิดนี้ก็คือ สามารถนำมาใช้เป็นแนวทางในการศึกษาเหตุการณ์ต่าง ๆ ในปัจจุบัน หรือสามารถนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจ เพื่อแก้ไขปัญหา ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้ด้วย

§ การวิจัยเชิงปรัชญา

o การวิจัยเชิงพรรณา (Descriptive research) เป็นการวิจัยที่เน้นถึงการศึกษารวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน (what is ?) ในการดำเนินการวิจัย นักวิจัยไม่สามารถที่จะไปจัดสร้างสถานการณ์หรือควบคุมตัวแปรต่าง ๆ ได้ตามใจชอบ การวิจัยแบบนี้เป็นการค้นคว้าหาข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว เช่น การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างเพศ และความสนใจต่อการเมือง มีการวิจัยหลายชนิดที่จัดไว้ว่าเป็นการวิจัยเชิงบรรยายได้แก่

§ การวิจัยเชิงสำรวจการวิจัยเชิงสำรวจนั้นผู้วิจัยจะเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ที่ทำการศึกษา ซึ่งอาจจะเป็นข้อมูลที่เกี่ยวกับข้อเท็จจริงหรือความคิดเห็นของบุคคลก็ได้ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะบรรยายเกี่ยวกับปรากฏการณ์ที่ผู้วิจัยต้องการศึกษา การวิจัยเชิงสำรวจนั้น ผู้วิจัยจะนำข้อมูลที่รวบรวมได้มาทั้งหมด มาวิเคราะห์เพื่อหาลักษณะส่วนรวมของกลุ่มที่ทำการศึกษา ลักษณะการวิจัยเชิงสำรวจที่นิยมดำเนินการในปัจจุบัน เช่น การสำรวจชุมนุมชนในชนบท การสำรวจปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบการศึกษา และการสำรวจประชามติเป็นต้น ผลจากการวิจัยเชิงสำรวจมักจะนำไปใช้ช่วยในการตัดสินใจ หรือนำไปเป็นความรู้พื้นฐานในการดำเนินงานวิจัยของนักวิจัยในแต่ละกลุ่มสาขาวิชา ในการดำเนินโครงการวิจัยลักษณะพหุวิทยาการ

§ การวิจัยเชิงสหสัมพันธ์การวิจัยเชิงความสัมพันธ์นั้นเป็นการศึกษาเพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร นักวิจัยทางการศึกษานั้นส่วนมาก เมื่อรวบรวมข้อมูลและแสดงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปรากฏการณ์ที่ทำการศึกษาแล้ว ก็จะพยายามศึกษาหาความสัมพันธ์ระหว่างข้อเท็จจริงนั้นๆ ซึ่งจะทำให้มีความเข้าใจลึกซึ้งเกี่ยวกับปรากฏการณ์นั้นๆ มากขึ้น ลักษณะการวิจัยเชิงความสัมพันธ์ เช่น การวิจัยความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต่างๆ และการพยากรณ์

§ การวิจัยเชิงเปรียบเทียบสาเหตุในการศึกษาวิจัยเชิงเปรียบเทียบนั้น ผู้วิจัยจะเปรียบเทียบความแตกต่าง ความคล้ายคลึงกันระหว่างสภาพการณ์ หรือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อที่จะทราบถึง องค์ประกอบหรือตัวแปรที่จะไปส่งเสริมหรือเกี่ยวกับสภาพการณ์หรือปรากฏการณ์ที่ต้องการศึกษา การวิจัยชนิดนี้พยายามที่จะค้นคว้าหาความสัมพันธ์ในเชิงเหตุและผลระหว่างตัวแปรต่างๆ ซึ่งกระทำโดยการศึกษาย้อนหลังของปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ส่วนมากนักวิจัยจะดำเนินการวิจัยชนิดนี้ในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการวิจัยเชิงทดลองได้ เนื่องจากจะทำให้เกิดอันตรายแก่ผู้ที่ถูกทดลอง อย่างไรก็ดีการศึกษาเพื่อหาความสัมพันธ์เชิง เหตุ-ผล ระหว่างตัวแปรต่างๆ โดยที่ไม่ได้มีการควบคุมตัวแปรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในการศึกษาและดำเนินการอย่างระมัดระวัง ดังเช่น การวิจัยเชิงทดลองนั้น ผู้วิจัยควรจะต้องระมัดระวังในการแปลความหมาย และสรุปความผลที่ได้จากการวิจัย

§ การวิจัยรายกรณีการศึกษาเฉพาะกรณีนั้น สิ่งที่นักวิจัยทำการศึกษาอาจจะเป็นบุคคลคนเดียว กลุ่มบุคคล หรือชุมนุมชน แห่งใดแห่งหนึ่งก็ได้ และในการศึกษาดังกล่าว นักวิจัยจะเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสภาพปัจจุบันของบุคคลหรือชุมนุมชน ประสบการณ์ในอดีต สภาพแวดล้อมที่มีผลต่อชุมนุมชนหรือพฤติกรรมของบุคคล หลังจากที่ได้วิเคราะห์ความต่อเนื่อง ลำดับเหตุการณ์และความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบดังกล่าวข้างต้นแล้ว นักวิจัยก็จะเขียนบรรยายลักษณะที่เป็นส่วนรวมของสิ่งที่ตนทำการศึกษา เราจะสังเกตเห็นว่าลักษณะการศึกษาเฉพาะกรณีนั้นมีส่วนคล้ายคลึงกับการวิจัยเชิงสำรวจในบางประการ แต่ก็มีข้อแตกต่างไปก็คือ การศึกษาเฉพาะกรณีนั้นทำการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างที่มีจำนวนจำกัด แต่ตัวแปรที่ทำการศึกษาสำหรับกลุ่มตัวอย่างนั้น ทำการศึกษาหลายด้าน และมีการศึกษาสถานการณ์ต่างๆ อย่างลึกซึ้ง ข้อมูลที่ทำการรวบรวมมักจะเป็นข้อมูลเชิงคุณลักษณะหรือข้อมูลเชิงคุณภาพ การแปลความหรือสรุปผลการวิจัยก็จะจำกัดอยู่เฉพาะในกลุ่มที่ทำการศึกษานั้น สำหรับการวิจัยเชิงสำรวจนั้นการรวบรวมข้อมูลจะกระทำกับกลุ่มตัวอย่างที่คัดเลือกจากประชากรที่ต้องการศึกษา และกลุ่มตัวอย่างมีจำนวนมากกว่าการศึกษาเฉพาะกรณี แต่ตัวแปรที่ทำการศึกษามีน้อยกว่า ผลของการวิจัยเชิงสำรวจก็อาจจะอ้างอิงไปยังประชากรที่ต้องการสำรวจได้

§ การวิจัยเชิงพัฒนา เป็นการวิจัยที่มุ่งเน้นที่จะนำผลการวิจัยมาเพื่อปรับปรุง เปลี่ยนแปลง เพิ่มคุณภาพ ประสิทธิภาพ การทำงานปกติในองค์กรหรือหน่วยงานต่าง ๆ โดยอาศัยยุทธศาสตร์ วิธีการหรือเทคนิคต่าง ๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะธรรมชาติของงานหรือหน่วยงานนั้น ๆ

§ การวิจัยแนวโน้ม

o การวิจัยเชิงทดลอง (experimental research) เป็นการวิจัยเพื่อพิสูจน์ความสัมพันธ์เชิงเหตุผลของ ปรากฏการณ์ต่าง ๆ (what will be ?) โดยมีการจัดกระทำกับตัวแปรอิสระเพื่อศึกษาผลที่มีต่อตัวแปรตาม และมีการควบคุมตัวแปรอื่นมิให้มีผลกระทบต่อตัวแปรตาม ซึ่งนิยมมากทางด้านวิทยาศาสตร์ สำหรับทางด้านการศึกษา ค่อนข้างลำบาก ในแง่ของการควบคุมตัวแปรเกิน

§ การวิจัยเชิงกึ่งทดลอง

§ การวิจัยเชิงทดลองแท้

· แบ่งตามวิธีดำเนินการเกี่ยวสมมติฐานในการวิจัยในการดำเนินการวิจัยนั้น ลำดับขั้นบางตอนของกระบวนการของการวิจัยบางประเภทอาจจะแตกต่างกัน เช่น ขั้นตอนการตั้งสมมติฐานในการวิจัย เป็นต้น ประเภทของการวิจัยที่แบ่งตามวิธีดำเนินการเกี่ยวกับสมมติฐานในการวิจัย มีดังต่อไปนี้

o การวิจัยเชิงอนุมาน (นิรนัย, deductive research)การวิจัยประเภทนี้ ลำดับขั้นตอนของกระบวนการวิจัยนั้น ผู้วิจัยจะเริ่มกำหนดสมมติฐานในการวิจัยจากการศึกษาทฤษฎีและรายงานการวิจัยที่เกี่ยวข้อง หลังจากนั้นจะเลือกรูปแบบการวิจัย ทำการรวบรวมข้อมูล แล้วทดสอบสมมติฐานเพื่อหาคำตอบสำหรับการวิจัย ซึ่งจะเห็นได้ว่าวิธีดำเนินการเกี่ยวกับสมมติฐานในการวิจัยนั้น เป็นวิธีการทดสอบสมมติฐานในการวิจัย (hypothesis-testing method)

o การวิจัยเชิงอุปมาน (อุปนัย, inductive research)การวิจัยเชิงอุปมานนี้ นักวิจัยจะเริ่มต้นกระบวนการวิจัยในทางตรงกันข้ามกับการวิจัยเชิงอนุมาน (Kidder, 1981) โดยที่จะรวบรวมข้อมูลในการวิจัยจากการสังเกต หรือศึกษาผู้ที่อยู่ในกลุ่มตัวอย่าง แล้วสร้างสมมติฐานและทฤษฎีจากข้อมูลนั้นๆ จะเห็นได้ว่าวิธีดำเนินการเกี่ยวกับสมมติฐานในการวิจัยนั้น เป็นวิธีการสร้างสมมติฐาน (hypothesis-generating method) นักวิจัยเชิงสำรวจส่วนมากจะดำเนินการวิจัยโดยวิธีการอุปมาน และบางครั้งนักวิจัยเชิงทดลองและนักวิจัยเชิงบรรยายก็อาจจะดำเนินการวิจัยเชิงอุปมานก็ได้ ถ้าหากสมมติฐานที่ตั้งไว้ก่อนทำการทดลองนั้นไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่ได้จากการศึกษาและที่ได้รวบรวมในการทดลอง ดังนั้น ผู้วิจัยก็จะทำการศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดถี่ถ้วน หาคำตอบจากการศึกษานั้น แล้วก็สร้างสมมติฐานขึ้นมาใหม่เพื่อทำการศึกษาต่อไป

********************************

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:


smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

#1  by   (202.143.162.100 /192.168.212.118) At 2007-03-20 08:54, 
#2  by   (125.27.222.124) At 2007-07-16 13:24, 
#3  by   (125.25.235.97) At 2007-07-30 11:52, 
เกณฑ์ที่นิยมใช้ในการแบ่งประเภทการวิจัยมีอะไรบ้าง ข่วยบอกหน่อยนะค่ะ ด่วยมาเลยค่ะ
#4  by  นา (124.121.71.122) At 2007-08-28 17:05, 
ลักษณะที่สำคัญของงานวิจัยมีอะไรบ้าง จงอธิบายให้เข้าใจ พอจะรู้ไมอ่ะค่ะบอกหน่อยนะค่ะ
#5  by  นา (124.121.71.23) At 2007-08-29 08:44, 
ขอบคุณมากสำหรับความกระจ่าง ทำต่อไปนะ
#6  by  lub (125.24.132.58) At 2007-08-30 09:21, 
โอกาสหน้าจะมาเยี่ยมอีกนะคะ ดีมากๆค่ะเป็นประโยชน์ต่อผู้ศึกษาค่ะ
#7  by  วีณา (202.12.97.115 /10.136.2.45) At 2007-08-30 14:23, 
#8  by   (61.19.54.29) At 2007-10-26 08:10, 
การวิจัยทางการศึกษาและการวิจัยเชิงประเมินผลมีความสัมพันธ์กันอย่างไร
big smile
#9  by   (222.123.153.146) At 2007-11-23 21:27, 
Thanks so much
#10  by  Gek (122.154.11.68) At 2008-01-15 15:19, 
#11  by   (203.131.217.34) At 2008-01-29 14:05, 
#12  by   (117.47.160.175) At 2008-10-09 10:34, 
ลักษณะที่สำคัญของงานวิจัยมีอะไรบ้าง
#13  by  123 (125.26.130.173) At 2008-10-17 11:16, 
ขอบคุณค่ะ
สำหรับเนื้อหาการวิจัยที่เป็นประโยชน์ในการเรียนวิชาวิจัยทางสารสนเทศมากเลยค่ะ
#14  by  pat (124.157.229.51) At 2008-11-08 18:22, 
การวิจัยเอกสารนั้นเป็นอย่างไร ช่วยหาข้อมูลอย่างละเอียดหน่อยว่ามันหมายถึงอะไร ยังไงบ้าง?
ขอบคุณ
#15  by  Ricky (122.154.33.118) At 2008-11-12 20:25, 
#16  by   (125.26.182.25) At 2008-11-19 20:58, 
#17  by   (125.25.119.195) At 2009-02-24 22:06, 
การวิจัยครั้งนี้คงสำเร็จแน่นอนครับbig smile
#18  by  ลอห์ด (118.172.116.76) At 2009-03-07 14:46, 
ดีมากเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ
#19  by  cola (202.149.25.225) At 2009-04-14 20:37, 
ขอบคุณมากค่ะ


บทความนี้ทำให้เข้าใจถึงรายละเอียดการวิจัยได้อีกเยอะ
#20  by  kongkwan (203.131.217.36) At 2009-05-20 12:39, 
thanks
#21  by  skooba (119.31.10.252) At 2009-06-20 20:30, 
ขอบคุณที่ทำให้เข้าใจกระบวนทัศน์ระดับ ดร.เพื่อการวิจัยที่เป็นฐานสำคัญด้านต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น ดีมากค่ะ
#22  by  Aj.nuch (122.154.225.4) At 2009-08-14 09:22, 
#23  by   (118.175.166.31) At 2009-09-11 13:03, 
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ
#24  by  THX kub (203.172.179.188) At 2009-10-12 13:45, 
ขอบคุณค่ะ
#25  by  .. (114.128.214.200) At 2009-11-06 18:06, 
งานวิจัยได้ดีมากค่ะ
#26  by  อิง (180.183.23.99) At 2009-12-06 14:56, 
#27  by   (222.123.227.240) At 2009-12-22 22:55, 
#28  by   (119.42.82.177) At 2010-03-07 13:43, 
#29  by  อุมาพร (180.180.83.4) At 2010-06-15 19:08, 
สวัสดีbig smile
#30  by  เบง (118.172.122.83) At 2010-06-19 18:28, 
#31  by  เอมมี่ (117.47.11.249) At 2010-06-20 14:30, 
#32  by   (118.172.217.66) At 2010-07-24 09:10, 
#33  by   (119.31.126.93) At 2010-08-03 19:29, 
ขอบคุณมากครับ
#34  by  noppadon (202.28.77.114) At 2010-08-05 13:30, 
big smile open-mounthed smile thanks
#35  by   (119.31.126.81) At 2010-08-07 09:26, 
#36  by   (118.174.67.25) At 2010-08-26 13:43, 
มิเหนมีไรน่าส นจัยเลย
หน้าเบื่ออ่ะ

เอาอะไรมาลง
#37  by  321 (125.26.104.209) At 2010-09-04 10:39, 
มิเหนมีไรน่าส นจัยเลย
หน้าเบื่ออ่ะ

เอาอะไรมาลง
#38  by  321 (125.26.104.209) At 2010-09-04 10:39, 
มิเหนน่าสนใจเลย

ขอบอกว่ากระทู้อื่อนน่าสนกว่านี้อีกปรับปรุงซะ
#39  by  321 (125.26.104.209) At 2010-09-04 10:40, 
อยากด้ายชื่อของผู้ที่หั้ยความหมายของคำว่าการวิจัยด้วยค่ะช่วยด้วยน่ะค่ะ
#40  by   (118.172.12.214) At 2010-10-18 12:17, 
tyFsEK <a href="http://jiayklveuewx.com/">jiayklveuewx</a>, [url=http://hcomhjtlbhrw.com/]hcomhjtlbhrw[/url], [link=http://iwnytygtfcbt.com/]iwnytygtfcbt[/link], http://xfskkvtuplrb.com/
#41  by  ssoxmgg (211.219.125.98) At 2010-10-19 05:36, 
สุดยอดแห่งความไม่เข้าใจครับ/ค่ะ big smile
#42  by  asia&kengคู่รัก (119.31.126.66) At 2010-11-08 20:36, 
แหล่งสื่อรักครับครับ/ค่ะ/ครับ big smile big smile
#43  by  pear&arm&winรักสามเศร้าจร๊า (119.31.126.66) At 2010-11-08 20:42, 
แหล่งสื่อรักครับครับ/ค่ะ/ครับ big smile big smile
#44  by  pear&arm&winรักสามเศร้าจร๊า (119.31.126.66) At 2010-11-08 20:48, 
confused smile เยี่ยมมากค่ะแล้วจะจบรายงานเพราะท่านกรุณาเป็นอย่างสูง
#45  by  กัลยา รัตตกูล (223.205.62.210) At 2010-11-10 15:46, 
Interesting Blog, I like it.
#46  by  Buy Dissertation (182.178.79.88) At 2010-12-22 17:23, 
Your blog is really helps for my search and i really like it.. Thanks a lot..:)
#47  by  Buy Dissertation (116.71.47.145) At 2011-02-01 17:24, 
it's good to see this information in your post, i was looking the same but there was not any proper resource, thanx now i have the link which i was looking for my research.
#48  by  uk dissertation (116.71.6.253) At 2011-02-09 23:48, 
1.Nice day, I feel very good
#49  by  rs gold (27.16.120.110) At 2011-03-21 15:53, 
2.Everyone should have a love.Because love is pure.
#50  by  runescape gold (27.16.120.110) At 2011-03-21 15:53, 

<< Home